‘เอปสัน’ ส่งโปรกราฟิกใหม่ 8 รุ่น รุกตลาดเชิงพาณิชย์-อุตสาหกรรม

จาก http://www.thairath.co.th/content/tech/293986

เอปสัน เปิดแผนรุกตลาดงานพิมพ์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม เข็นโปรกราฟิกลงตลาดพร้อมกัน 8 รุ่นรวด เจาะตลาดป้ายโฆษณา งานออกแบบ ดิจิตอลแล็บ และอุตสาหกรรมการพิมพ์…

Pic_293986

นายเออิจิ คาโตะ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทได้กำหนดเป้าหมายทางธุรกิจถึงปี 2558 โดยระบุให้กลุ่มสินค้าพรินเตอร์หน้ากว้างหรือโปรกราฟิกจะต้องสามารถรุก เข้าถึงลูกค้าในตลาดการพิมพ์เชิงพาณิชย์และเชิงอุตสาหกรรมให้ทั่วถึงที่สุด โดยใช้เทคโนโลยีหัวพิมพ์ไมโคร ปิเอโซ เป็นหัวใจในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ในการรุกตลาด พร้อมเพิ่มไลน์สินค้าอย่างต่อเนื่องเพื่อเข้าไปรองรับความต้องการใช้งานใน ทุกตลาด โดยเฉพาะเข้าไปแทนที่ระบบการพิมพ์แบบอะนาล็อก

“ปัจจุบันเอป สันเป็นผู้นำในตลาดพรีเพรสหรือธุรกิจโรงพิมพ์ และในธุรกิจสตูดิโอถ่ายภาพแต่งงานและมินิแล็บ ในประเทศไทยด้วยส่วนแบ่งกว่า 70% ทั้งยังกำลังเร่งขยายฐานลูกค้าในอุตสาหกรรมการพิมพ์แพ็กเกจจิ้งและลาเบล รวมถึงธุรกิจประเภทต่างๆ ที่ต้องการงานพิมพ์คุณภาพสูง เช่น ธุรกิจผลิตสื่อการเรียนการสอน ธุรกิจสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ ธุรกิจตกแต่งรถยนต์ โรงพยาบาล และเอเจนซี่โฆษณา ซึ่งที่ผ่านมา เอปสัน ประเทศไทย ทำยอดขายในกลุ่มโปรกราฟิกเติบโตในอัตราเฉลี่ย 15-20% มาทุกปี”

ผู้จัดการประจำประเทศไทย เอปสัน กล่าวอีกว่า ล่าสุด บริษัทได้เปิดตัวโปรกราฟิก 8 รุ่น โดยมีจุดเด่นที่ใช้เทคโนโลยีหัวพิมพ์ที่ดีที่สุดในโลก อย่างไมโคร ปิเอโซ ช่วยให้ลูกค้าสามารถประหยัดต้นทุน เพิ่มความเร็วในการพิมพ์ และให้คุณภาพงานพิมพ์ที่ยอดเยี่ยม โดยที่ไม่มีปัญหาเรื่องความร้อนขณะใช้งาน ทั้งยังใช้กับน้ำหมึกของเอปสัน Epson UltraChrome ที่ไม่มีกลิ่นฉุน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญราคาเครื่องไม่สูง ดังนั้น ลูกค้าไม่ว่าจะอยู่ในธุรกิจหรืออุตสาหกรรมใดก็สามารถพบกับประสิทธิภาพและ คุณภาพที่น่าประทับใจจากไมโคร ปิเอโซ ของเอปสันได้แล้ว นอกจากนี้ การเปิดโปรกราฟิกรุ่นใหม่นี้ยังทำให้เอปสันกลายเป็นแบรนด์เดียวในตลาดขณะนี้ ที่มีสินค้าครบทุกไลน์

สำหรับผลิตภัณฑ์กลุ่มโปรกราฟิกที่เปิดตัวใน ครั้งนี้ประกอบด้วยเครื่อง 8 รุ่น สำหรับ 4 สายธุรกิจ ได้แก่ 1. Epson SureColor S series สำหรับธุรกิจผลิตป้ายโฆษณากลางแจ้ง รวม 3 รุ่น 2. Epson SureColor T series สำหรับการออกแบบงานจำลองสามมิติประเภท CAD และงานแผนที่ GIS ที่ใช้ในอินเฮาส์ของหน่วยงานราชการและเอกชนต่างๆ จำนวน 3 รุ่น 3. Epson SureLab SL-D3000 สำหรับธุรกิจดิจิตอลแล็บ ที่รองรับงานพรีเพรส และภาพถ่าย และ 4.Epson SurePress L-4033AW สำหรับอุตสาหกรรมการพิมพ์แพ็กเกจจิ้งและลาเบล ซึ่งรองรับการพิมพ์หมึกสีขาว

นาย ยรรยง มุนีมงคลทร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทแบ่งตลาดสำหรับการพิมพ์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมสามารถแบ่งออกเป็น 3 ตลาดสำคัญ ได้แก่ ตลาดกราฟิก อาร์ต (Graphic Art) ที่ครอบคลุมธุรกิจประเภทพรีเพรส ดิจิตอล แล็บ หรือโฟโต้ แล็บ ซึ่งเป็นตลาดหลักของเอปสัน มีการขายเครื่องมากที่สุด และมีสัดส่วนการตลาดอยู่ที่ราว 70% ด้วยยอดขายกว่า 120 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา และมั่นใจว่าในปีนี้ จะยังคงสามารถรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดไว้ได้ เราคาดการณ์ว่าจะทำยอดขายเพิ่มขึ้นอีกกว่า 10 ล้านบาทในปีนี้ หรือโตเพิ่มขึ้น 8%

ผู้จัดการทั่วไป เอปสัน (ประเทศไทย) กล่าวอีกว่า สำหรับตลาดด้านอุตสาหกรรมที่ผ่านมา เอปสันจะให้ความสำคัญกับกลุ่มหน่วยงานราชการ ที่เน้นการใช้งานด้านการพิมพ์เชิงเทคนิค (Technical) เช่นงานด้านการออกแบบภาพจำลองสามมิติ ประเภท CAD และงานแผนที่ GIS เอปสันมียอดขายปัจจุบันอยู่ราว 15 ล้านบาท คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 10% จากการเพิ่มสินค้าใหม่ครั้งนี้ ทำให้เราคาดว่าจะทำยอดขายเพิ่มเป็น 25 ล้านบาท หรือโตมากกว่า 50% ส่วนตลาดป้ายโฆษณา (Signage) เอปสันยังถือว่าเป็นน้องใหม่ และเพิ่งเริ่มทำการตลาด เราคาดว่าจะทำรายได้ประมาณ 20 ล้านบาทในปีนี้

“ในหลายธุรกิจ โอกาสในการแข่งขันยังเปิดกว้างอยู่ ลูกค้ายังไม่มีทางเลือกมากนัก จะมองหาเครื่องที่ทันสมัยและไว้ใจได้ ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการทำงาน และต้องคุ้มค่าในการลงทุน สามารถให้งานพิมพ์คุณภาพดี โดยตัวเครื่องมีราคาไม่สูงมาก โดยเฉพาะตลาดป้ายโฆษณา ที่มีการขยายตัว 10% มีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 200 ล้านบาท มีการสั่งซื้อสินค้าเพื่ออัพเกรดธุรกิจอยู่เสมอ รวมถึงมีร้านเกิดใหม่จำนวนมาก หรือธุรกิจดิจิตอล แล็บ ที่เริ่มเปลี่ยนจากระบบน้ำยา มาใช้เทคโนโลยีประเภทดรายแล็บมากขึ้น เพื่อลดการใช้สารเคมี และป้องกันปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม การเปิดตัวสินค้าพร้อมกันทั้ง 8 รุ่นของเอปสันในครั้งนี้จึงเป็นการเปิดโอกาสรุกเข้าสู่ตลาดสำคัญๆ พร้อมกัน และเพิ่มส่วนแบ่งในแต่ละตลาด” นายยรรยง กล่าว

นายยรรยง กล่าวด้วยว่า สำหรับภาพรวมตลาดสิ่งพิมพ์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมยังมีแนวโน้มเติบโตต่อ เนื่อง โดยเฉพาะกระแสการเข้าร่วมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 ซึ่งเมืองไทยจะก้าวขึ้นเป็นฮับด้านการพิมพ์ ทำให้ผู้ประกอบการหลายรายเริ่มวางแผนขยายธุรกิจ เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากการเข้ามาลงทุนของบริษัทต่างชาติ รวมถึงผู้ประกอบการไทยยังมีความพยายามที่จะรุกเข้าไปทำตลาดในประเทศ เพื่อนบ้าน อย่าง กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม ซึ่งตลาดสิ่งพิมพ์ยังไม่ใหญ่เท่าเมืองไทย เอปสันจึงมองว่าตลาดพรินเตอร์หน้ากว้างจากนี้ไปน่าจะมีการแข่งขันที่น่า ตื่นเต้นยิ่งขึ้น และทำให้ยอดขายโปรกราฟิกของเอปสันโตขึ้นกว่า 30% หรือคิดเป็นยอดรายได้สูงกว่า 170 ล้านบาท เมื่อเทียบกับยอดรายได้ 135 ล้านบาทของปีที่แล้ว และน่าจะคงอัตราเติบโตต่อเนื่องทุกปีจนถึงปี 2558.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s