ยอดขายงานคอมเวิล์ด 2008 ยืนยันกระแสเศรษฐกิจขาลง [27 ต.ค. 51 – 09:19]

ผ่านพ้นไปแล้วกับมหกรรมงานจำหน่ายสินค้าไอที คอมเวิล์ด โฟโต้เวิล์ด 2008 ครั้งที่ 7 ที่ผ่านมา ณ ห้างสยามพารากอน ชั้น 5 โดยบริษัท ดิ แอสไพเรอร์ส กรุ๊ป จำกัด หรือ TAGS ผู้จัดงานได้สรุปยอดเงินรายได้ จากการขายสินค้าไอทีในงานคอมเวิล์ด 2008 แบ่งตามประเภทสินค้าว่า ประเภทคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คมียอดขาย 604,400,000 บาท จอแอลซีดีมอนิเตอร์ 30,000,000 บาท จอแอลซีดีทีวี 10,000,000 บาท คอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป 50,000,000 บาท กล้องดิจิตอล 320,000,000 บาท พริ้นเตอร์ 40,000,000 บาท เครื่องเล่น MP3 40,000,000 บาท พีดีเอโฟน 30,000,000 บาท และการ์ดหน่วยความจำและอุปกรณ์เสริมต่างๆ 90,000,000 บาท

IT Digest ได้มีโอกาสเข้าร่วมชมงาน และเดินสำรวจบรรยากาศการจับจ่ายสินค้าไอที พบว่าในช่วงวันแรกที่เปิดงานประชาชนทั่วไป นักธุรกิจ และนักเรียน นักศึกษาเข้าชม มีผู้ให้ความสนใจอย่างหนาตา ส่วนหนึ่งเป็นเพราะต้องการมาซื้อสินค้าคาราคาพิเศษ คือ เน็ตบุ๊ค ที่เอเซอร์ลดราคาเหลือเพียง 6,900 บาทและก็หมดไปใน เวลาที่รวดเร็ว ต่อมาความคึกคักก็กลับมากอยู่ที่งานกล้อง เมื่อมีผู้บริโภคให้ความสนใจซื้อกล้องในราคาพิเศษ โดยเฉพาะกล้องดิจิตอล DSLR ที่มีโปรโมชันแถมเน็ตบุ๊ค และเงินคืนกลับ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ในวันท้ายๆ มีคนมาเดินในงานไม่มากนัก

นายวิโรจน์ อัศวรังสี ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ดิ แอสไพเรอร์สฯ เล่าถึงภาพรวมงาน ComWorld PhotoWorld 2008 ว่า ด้วยภาวะเศรษฐกิจและปัญหาการเมืองที่วิกฤติ แต่ยอดขายกล้องดิจิตอลกลับพุ่งขึ้นกว่า 3 เท่า มียอดขายกล้องรวมราว 8,000 ตัว โดย 80% ของกล้องที่ขายได้ในงานเป็นกล้องรุ่นใหญ่ หรือ DSLR ที่ มีราคาอยู่ระหว่าง 40,000-80,000 บาท ในขณะที่กล้องพกพา (กล้องคอมแพค) ขายได้อยู่ในระดับราคา 10,000 บาท มีส่วนแบ่งตลาดราว 20% ส่วนยอดขายสินค้าไอที มียอดขายทั้งสิ้น 1,200 ล้านบาท ต่ำกว่าเป้าที่คาดไว้ที่ 1,500 ล้านบาท ยังเป็นที่พึงพอใจของผู้ค้าไอทีที่มาร่วมออกร้าน และมั่นใจพร้อมที่จะมาออกบูธอีกในงานหน้า

ผจก. ทั่วไป บ.ดิแอสไพเรอร์สฯ กล่าวถึงยอดขายรวมทั้งงาน ทั้งไอทีและกล้องดิจิตอลครั้งนี้ว่า ลดลง 20% เมื่อเทียบกับเดือน ก.พ.2551 ที่ผ่านมา โดยผลิตภัณฑ์สินค้ากลุ่มโน้ตบุ๊คยังคงครองส่วนแบ่งตลาดมากที่สุด รองมาเป็นกล้องดิจิตอล พีซีตั้งโต๊ะ หรือ เดสก์ท็อป การ์ดหน่วยความจำ และอุปกรณ์เสริม พีดีเอโฟน แอลซีดีทีวี/มอนิเตอร์ เครื่องเล่นเอ็มพี3 และพริ้นเตอร์ โดยมีข้อสังเกตกว่า ราคาเฉลี่ยของกล้องดิจิตอลได้ขยับตัวสูงขึ้นอยู่ที่ราว 30,000 บาท ราคาเฉลี่ยของโน้ตบุ๊คลดลงจาก 35,000 บาท ลงมาอยู่ที่ 25,000 บาท จะเห็นว่ามูลค่าการขายลดลง และจำนวนสินค้าที่ขายไม่ได้ลด เนื่องจากส่วนแบ่งตลาดของเน็ตบุ๊ค ที่มีราคาถูกกว่า และสภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มซบเซา

จาก ผลการจัดงานยอดจำหน่าย และมูลค่าที่ขายได้เท่านี้ในฐานะผู้จัดงานถือว่าพอใจมากแล้ว และทางผู้ผลิตสินค้าไอทีที่เข่ามาร่วมงานก็พอใจเช่นกัน ก่อนหน้าที่เกรงว่าการจัดงานจะได้รับผลกระทบ จากเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจสลายกลุ่มผู้ชุมนุมหน้ารัฐสภาเมื่อวันที่ 7 ต. ค. พอรู้ว่ามีคนบาดเจ็บล้มตายผู้ผลิตหลายรายตัดสินใจไม่มาร่วมงาน บางแบรนด์ก็ให้ตัวแทนมาเอง เพราะกลัวว่าจะขายได้ไม่ดีในงานนี้ แต่โชคดีที่งานคอมเวิล์ดได้อานิสงค์จากงานกล้องมาช่วย รวมทั้งเลนส์ราคาแพงๆ และฮาร์ดดิสก์เอ็กซเทอร์นอลก็ขายดี จนผู้บริหารของเวสเทิร์นดิจิตอลต้องมาแสดงความยินดีเลยทีเดียวนายวิโรจน์ กล่าว ด้วยน้ำเสียงที่ยินดี

ผจก.ทั่วไป บ.ดิแอสไพเรอร์สฯ ให้ความเห็นถึงอนาคตตลาดไอทีช่วงสิ้นปี 2551ไปจนถึงต้นปี 2552 ว่า ขณะนี้ ผู้จัดงานคงวางแผนยาวๆ ไม่ได้อีกแล้ง ต้องคิดกันแบบสัปดาห์ต่อสัปดาห์ ที่สำคัญสถานการณ์บ้านเมืองจากนี้ไปจะได้ข้อสรุปเพื่อยุติปัญหาหรือไม่ หากถึงเวลานั้นแล้วยังไม่จบอาจต้องเลือนงานออกไป ในมุมของตัวแทนจำหน่ายสินค้าไอที น่าจะมีการสต็อกสินค้าน้อยลง งานนี้ ถือเป็นการระบายสินค้าไปพอสมควร เชื่อว่าไม่น่าเจอปัญหาเพราะทุกคนเคยมีบทเรียน ค่ายผู้ผลิตจะลำบากเนื่องจากยอดจำหน่ายตกลงไปมาก แต่ยังกล้าสั่งของเข้ามาจำหน่าย เช่น เอชพี ทัชสมาร์ทพีซี ที่คิดว่าจะเข้ามาจำหน่ายไม่ทัน แต่สุดท้ายสั่งเข้ามาจำหน่ายได้ เหมือนกับเอเซอร์ที่เอาพีซี อีแมชีนมาแนะนำในงาน แม้แต่เอชพีที่บ่นๆ ว่าขายไม่ดียังขายพีซีโน้ตบุ๊ครวมได้กว่า 6,000 ยูนิต

นาย วิโรจน์ กล่าวถึงเทรนด์ตลาดเน็ตบุ๊คที่ถือเป็นสีสันในงานนี้ว่า ถือเป็นการแจ้งเกิดให้กับแทบทุกค่ายที่เอามาจำหน่าย อาทิ เดลล์ ก็เลือกเปิดตัวเน็ตบุ๊คในงานนี้ เลอโนโวก็นำเอามาจำหน่ายในงานราคาพิเศษลดลงอีก 2,000 บาท แบรนด์เล็กๆ อย่าง เอ็มเอสไอ ก็ได้รับการตอบรับดี เพราะทางตัวแทนจำหน่ายทำการบ้านมาดี อัสซุส เจ้าตลาดนี้ก็ขายอีพีซีรุ่นเก่าจอ 7 นิ้วรวดเดียว 160 เครื่องให้กับโรงเรียนแห่งหนึ่งใน กทม.แต่ที่คนนิยมยังเป็นรุ่นขนาดจอ 9 นิ้ว นี้ก็เป็นสิ่งที่ยืนยันว่าเน็ตบุ๊คยังเป็นที่ต้องการของตลาดอีกมาก และผู้ผลิตแต่ละรายไม่เจ็บตัว เพราะมีการบริหารจัดการสต็อกสินค้าดี

ด้าน นายพรเทพ วัชระอำนวย กรรมการผู้จัดการ บริษัทอัสซุสเทค คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ให้ความเห็นว่า สำหรับงานคอมเวิล์ด 2008 ถือว่าเป็นงานที่คาดการณ์ได้ลำบาก เนื่องจาก 2 วันแรกที่จัดงาน ตรงกับวันที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จะเคลื่อนมาปิดล้อมหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงทำให้คนส่วนหนึ่งไม่กล้าที่จะมาเดินที่สยามพารากอน แม้ว่าทางอัสซุส หรือค่ายคู่แข่งจะพยายามลดราคาลงแล้ว ก็ไม่มีคนมาซื้อเพิ่ม

กก. ผจก.บริษัทอัสซุสเทคฯ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ภาพรวมงานครั้งนี้ยังพอรับได้ เมื่อมองไปถึงงานต่อไป คือ พันธุ์ทิพย์ไอที ฮอตเซลล์ และคอมมาร์ต คอมเทค 2008 รวมทั้งการจำหน่ายในช่องทางหน้าร้านปกติ ไม่น่าจะได้รับผลกระทบมากนัก และมองว่าในงานไอที เช่น คอมมาร์ตฯ จะแข่งขันกันดุเดือด ไม่ว่าจะเป็นโปรโมชัน หรือ การเล่นสงครามตัดราคา อาจมีให้เห็น เพื่อเอายอดขายในงานนี้มาชดเชยกัน รวมถึงการกระจายตลาดออกไปต่างจังหวัด ด้วยการทำโปรโมชันให้เหมือนในงานคอมมาร์ต เป็นต้น

นาย พรเทพ ให้ความเห็นถึงกระแสความนิยมเน็ตบุ๊คว่า คงไม่เกี่ยวกับการแย่งตลาดโน้ตบุ๊คธรรมดา เพราะโน้ตบุ๊คเมืองไทยขายถูกกว่าประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียอยู่แล้ว เพราะต้นทุนถูกลง แต่ก็อาจจุดกระแสเรื่องสงครามราคาได้ โดยความสนใจของผู้บริโภคระหว่างโน้ตบุ๊คกับเน็ตบุ๊ค ยังมีพอๆ กัน แต่โน้ตบุ๊คก็ยังเป็นเจ้าตลาด เพราะขายได้มากกว่า ประสิทธิภาพการใช้งานดีกว่า ขณะที่เน็ตบุ๊คเวลานี้ผู้บริโภคมองเป็นพีซีเครื่องที่ 2 หรือ พีซีเครื่อแรกสำหรับเด็กเล็ก เท่ากับว่าลูกค้าส่วนมากยังเป็นลูกค้าที่มีประสบการณ์ หรือมีความรู้ด้านไอทีถึง 60% ที่ใช้เน็ตบุ๊ค

เมื่อยอด จำหน่ายสินค้า และคนที่เดินมางานลดลง เป็นสิ่งที่ยืนยันชัดว่าสภาพเศรษฐกิจ และปัญหาความไม่สงบจากการชุมนุมเรียกร้องทางการเมือง มีผลต่อความมั่นใจและการตัดสินใจของผู้บริโภคไทย ในขณะนี้ แม้ว่าโปรโมชัน หรือราคาจะดึงดูดใจมากเพียงใด แต่ถ้าไม่มีคนมางาน ก็ไม่มีความหมาย

เช่น เดียวกับ ในมุมผู้บริโภค ควรวางแผนการจับจ่ายให้เหมาะสมกับรายได้ เลือกซื้อสินค้าที่จำเป็นหรือต้องการจริงๆ ในราคาที่เหมาะสม หรือมีคุณสมบัติเพียงพอกับความต้องการ สงครามราคาอาจจะเป็นประโยชน์กับผู้บริโภค แต่ในระยะยาวก็เป็นการทำลายตลาด และกลไกธุรกิจในช่องทางปกติ รวมถึงกระทบกับการให้บริการหลังการขาย ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่ใช่เป็นการต่อต้านไม่ให้ซื้อของถูก แต่บทเรียนที่ผ่านมาก็มีให้เห็นอยู่แล้วว่าของถูก ก็ไม่ได้ดีเสมอไป…

จุลดิศ รัตนคำแปง
itdigest@thairath.co.th

http://www.thairath.co.th/news.php?section=technology03a&content=109135


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s