FocusIT

Entries tagged as ‘software’

ออราเคิลซื้อซันปิดดีล 7.4 พันล้านดอลล์

เมษายน 22, 2009 · ให้ความเห็น

ออราเคิลม้ามืดฮุบ “ซัน” สำเร็จ มูลค่า7.4 พันล้านดอลลาร์ ด้านซีอีโอเผยพุ่งเป้าต่อยอดกลุ่มซอฟต์แวร์เป็นหลัก คาดปีแรกหนุนกำไรเพิ่ม 1.5 พันล้าน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ออราเคิล ประกาศเข้าซื้อธุรกิจของบริษัท ซัน ไมโครซิสเต็มส์ อดีตยักษ์ใหญ่แห่งซิลิคอน วัลเลย์ ซึ่งเป็นผู้พัฒนาเครื่องแม่ข่าย (เซิร์ฟเวอร์) และอุปกรณ์ขัดเก็บข้อมูลรายใหญ่ได้สำเร็จ ด้วยมูลค่า 7.4 พันล้านดอลลาร์ โดยที่ผ่านมามีผู้สนใจเสนอซื้อหลายราย ได้แก่ เอชพี, เดลล์, ซิสโก้ รวมทั้งไอบีเอ็ม ซึ่งซันปฏิเสธไปก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ ดีลดังกล่าวส่งผลให้ออราเคิล ก้าวขึ้นเป็นบริษัทเซิร์ฟเวอร์อันดับ 4 ของโลก และเป็นบริษัทไอทีระดับไฮเอ็นด์อันดับ 2 ในตลาดรองจากไอบีเอ็ม ทั้งยังเป็นการก้าวเข้าสู่ธุรกิจฮาร์ดแวร์อย่างเต็มตัวเป็นครั้งแรก อย่างไรก็ตาม นายแลร์รี เอลลิสัน ประธานคณะผู้บริหาร (ซีอีโอ) ของออราเคิล ได้ยืนยันว่า ความสนใจหลักของดีลนี้คือ สินทรัพย์กลุ่มซอฟต์แวร์ของซัน เขากล่าวด้วยว่า “จาวา” เป็นทรัพย์สินในกลุ่มซอฟต์แวร์สำคัญที่สุดเท่าที่บริษัทเคยซื้อ และการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะทำให้ออราเคิลสามารถรวมโครงสร้างระบบเข้าด้วยกันได้ทั้งฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ นักวิเคราะห์บางรายคาดการณ์ว่า ออราเคิล อาจตัดสินใจขายธุรกิจฮาร์ดแวร์ของซันออกไป หากพิจารณาแล้วว่าจะถ่วงการเติบโตของบริษัท ด้านซันเผยว่า มูลค่าหุ้นที่ออราเคิลจะ จ่ายให้ซันอยู่ในระดับ 9.50 ดอลลาร์ต่อหุ้น ขณะที่ราคาเสนอซื้อจากไอบีเอ็มที่ซันปฏิเสธไปก่อนหน้านี้สูงสุดอยู่ที่ 9.40 ดอลลาร์ต่อหุ้น จาวา-โซลาริสต่อยอดรายได้ นอกจากนี้ ดีลดังกล่าวส่งผลให้ออราเคิล กลายเป็นเจ้าของซอฟต์แวร์ที่แข็งแกร่งของซันทั้ง 2 กลุ่มคือ จาวา และโซลาริส โดยธุรกิจที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วของออราเคิล ล้วนแต่ต้องพึ่งพาซอฟต์แวร์ของซัน โดยเฉพาะออราเคิล ฟิวชั่น มิดเดิลแวร์ ที่พัฒนาบนโปรแกรมภาษา จาวา ที่เป็นองค์ประกอบหลักสำหรับการพัฒนาระบบอินเทอร์เน็ตบนมือถือที่ผู้ใช้งาน มากกว่า 1 พันล้านเครื่องทั่วโลก ขณะที่ “โซลาริส” ก็เป็นแพลตฟอร์มหลักสำหรับระบบฐานข้อมูล ซึ่งถือเป็นธุรกิจที่ใหญ่สุดของออราเคิล นายเรย์ หวัง นักวิเคราะห์จากฟอร์เรสเตอร์ รีเสิร์ช คาดการณ์ว่า ออราเคิลจะ ยังคงเก็บซอฟต์แวร์ฐานข้อมูลระบบเปิด “มายเอสคิวแอล” ไว้ เพื่อทำราคากดดันไมโครซอฟท์ ที่เริ่มเข้ามารุกตลาดระบบฐานข้อมูลราคาต่ำแข่งกับออราเคิล ด้านนายซาฟรา แคทซ์ ประธานของออราเคิล คาดว่าแผนควบรวมกิจการกับซันที่จะเสร็จสมบูรณ์ช่วงฤดูร้อนนี้ จะช่วยสร้างรายได้ในส่วนกำไรให้กับออราเคิลได้มากกว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ในปีแรก และเพิ่มเป็น 2 พันล้านดออลาร์ปีถัดไป คาดสะเทือนเอชพี-ไอบีเอ็ม ขณะที่ แหล่งข่าววงการไอทีในไทย กล่าวว่า การที่ออราเคิลเข้าซื้อซันเบ็ดเสร็จ อาจไม่รวมมายเอสคิวแอล เพราะออราเคิลแข็งแกร่งด้านซอฟต์แวร์ดาต้าเบสอยู่แล้ว น่าจะเป็นผลเสียต่อฮิวเล็ตต์-แพคการ์ด (เอชพี) และไอบีเอ็ม ทั้งนี้เพราะเอชพีเคยผลักดันฮาร์ดแวร์ของตัวเองผ่านออราเคิล แต่หลังจากนี้น่าจะมุ่งที่ซันเป็นหลัก ขณะที่ ไอบีเอ็มที่เข้าซื้อซันไม่สำเร็จ ก็น่าจะได้รับผลกระทบเช่นกัน ด้านนายไตรรัตน์ ใจสำราญ กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทจีเอเบิล กล่าวว่า การที่ออราเคิลเข้าซื้อซัน น่าจะเป็นผลดีต่อบริษัท เพราะเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับออราเคิลมาหลายปี อีกทั้งออราเคิลก็ไม่มีฮาร์ดแวร์ เมื่อซื้อซันไปก็น่าจะนำไปก่อให้เกิดประโยชน์มากกว่าทำลายทิ้ง ล่าสุด ออราเคิลแจ้งต่อพันธมิตรว่าทุกอย่างยังเหมือนเดิม ให้ดำเนินธุรกิจไปตามปกติ ร่วมทุนซัน-พาร์ทเนอร์สะดุด แหล่ง ข่าวรายหนึ่ง กล่าวว่า โมเดลธุรกิจใหม่ Sun Equity Partner (SEP) ที่เปิดให้พาร์ทเนอร์ในประเทศเข้าร่วมถือหุ้นซัน ไมโครซิสเต็มส์ ซึ่งกำลังดำเนินการตามขั้นตอนที่ประเทศไทยนั้น อาจต้องหยุดชะงักไป และล้มเลิกในที่สุด เพราะเมื่อออราเคิลเข้าซื้อซันเบ็ดเสร็จ ออราเคิลก็มีธุรกิจในประเทศไทย จึงไม่จำเป็นต้องทำโมเดลนี้ ทั้งนี้ แหล่งข่าวกล่าวว่า ถือเป็นโชคดีของบริษัทซึ่งจะเข้าไปร่วมหุ้นกับซันที่กระบวนการต่างๆ ยังไม่จบสิ้นลง มิฉะนั้นจะก่อให้เกิดความเสียหายได้ เพราะเป็นการลงทุนที่สูง เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปเช่นนี้จะคืนทุนได้อย่างไร รายงานข่าวจากบริษัท ซัน ไมโครซิสเต็มส์ (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีคำตอบถึงโมเดลเอสอีพี จะเป็นอย่างไร ต้องรอต่อไป

หมวดหมู่: ไม่มีหมวดหมู่
Tagged: , , , ,

จีนโวยไมโครซอฟท์ล้ำสิทธิส่วนตัว

ตุลาคม 27, 2008 · ให้ความเห็น


:

จีนออกอาการ’รมณ์เสีย หลังยักษ์ซอฟต์แวร์เดินเครื่องปราบซอฟต์แวร์ผี งัดกลยุทธ์ก่อกวนเครื่อง-จอดำ กระตุ้นใช้งานของจริง

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัล รายงานว่า ไมโครซอฟท์ กำลังดำเนินการตามกลยุทธ์ปราบซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ โดยการส่งโปรแกรมอัพเดทไปยังผู้ใช้คอมพิวเตอร์นับล้านเครื่อง ซึ่งจะมีผลให้หน้าจอเครื่องดำ และก่อกวนผู้ใช้ให้หันมาใช้โปรแกรมวินโดว์สถูกกฎหมาย

ทั้งนี้ แม้จะไม่ได้ขัดขวางการใช้งานเครื่อง แต่โปรแกรมดังกล่าวก็กวนประสาทผู้ใช้คอมพิวเตอร์ในจีน โดยจะเข้าไปเปลี่ยนหน้าจอที่มีการใช้งานอยู่ให้เป็นสีดำทุกๆ ชั่วโมง

แผนดังกล่าว เป็นความพยายามส่วนหนึ่งของผู้ผลิตซอฟต์แวร์รายใหญ่ ในการปราบปรามซอฟต์แวร์เถื่อนทั่วโลก โดยจะส่งโปรแกรมอัพเดทอัตโนมัติไปยังผู้ใช้ระบบปฏิบัติการเอ็กซ์พี ที่เลือกออปชั่นรับซอฟต์แวร์อัพเดทผ่านเวบไซต์

นอกจากนี้ ไมโครซอฟท์ ยังใช้แผนกระตุ้นผ่านโปรโมชั่นเป็นครั้งคราวในจีน โดยเดือนนี้ (ต.ค.) บริษัทได้จัดโปรโมชั่นลดค่าไลเซ่นโปรแกรมออฟฟิศ สำหรับนักเรียนและการใช้งานในบ้านจาก 102 ดอลลาร์ เหลือต่ำกว่า 30 ดอลลาร์

ไมโครซอฟท์ เผยว่า บริษัทเริ่มใช้กลยุทธ์จอดำตั้งแต่เดือน ส.ค.ที่ผ่านมา เพื่อกระตุ้นเตือนผู้ใช้โปรแกรมเอ็กซ์พีทุกราย ให้รับรู้ถึงความจริงจังของบริษัท

อย่างไรก็ตาม หลังเริ่มส่งโปรแกรมอัพเดทให้กับผู้ใช้ทั่วจีนในสัปดาห์นี้ ก็มีเสียงติติงเกิดขึ้น โดยบล็อกเกอร์รายหนึ่ง ส่งจดหมายไปยังไมโครซอฟท์มีใจความระบุว่า “เราไม่ได้คัดค้านนโยบายดังกล่าว แต่ก็ขอต่อต้านการกระทำของบริษัท ที่ไม่ได้คิดถึงความรู้สึกของผู้ใช้เลย”

ทั้งนี้ ประเทศจีน ซึ่งปัจจุบันเป็นตลาดที่มียอดขายคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล อันดับ 2 ของโลก ได้รับความสนใจจากกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีมากขึ้น โดยเฉพาะหลังงบลงทุนไอทีปรับลดลงจากผลกระทบทางเศรษฐกิจ โดยไมโครซอฟท์ระบุว่า จีน บราซิล รัสเซีย และอินเดีย มีรายได้เติบโตสะสมทั้งปี 54% สูงกว่ารายได้รวมทั่วโลกที่ขยายตัวเพียง 18%

http://www.bangkokbiznews.com/2008/10/27/news_306234.php

หมวดหมู่: microsoft
Tagged: , , , , , , , ,

วิกฤตการเมืองสะเทือนทั่วไอซีที

ตุลาคม 8, 2008 · ให้ความเห็น


:

วิกฤติ การเมืองไทย ผสมเศรษฐกิจโลกลามธุรกิจเกม ไอที โทรคม เอเชียซอฟท์รับกระทบจิตวิทยา หวังสถานการณ์ไม่บานปลาย มั่นใจสิ้นปีรายได้ยังโต 2 เท่า ไมโครซอฟท์ชี้เอสเอ็มอี-รัฐไม่โต อาร์เอสเล็งปรับเป้าใหม่

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : นายพยุงศักดิ์ ชาญด้วยวิทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บมจ.เอเชียซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า วิกฤติการเมืองในประเทศ และภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลกส่งผลกระทบกับทุกธุรกิจโดยภาพรวม โดยเฉพาะด้านจิตวิทยา ความไม่มั่นใจของนักลงทุน ถ้าปัญหาบานปลายจะไม่เป็นผลดีต่อทุกฝ่าย

“แต่ธุรกิจเกมจะพิเศษกว่าธุรกิจอื่น ที่หากมีภาพถดถอยทางเศรษฐกิจ และปัญหาการเมือง คนจะเน้นอยู่บ้าน เล่นเกม ถือเป็นโอกาสของธุรกิจ และหวังว่าธุรกิจเกมออนไลน์ปีนี้ จะยังเติบโตต่อเนื่อง เพราะมีจำนวนเกมเปิดตัวหลายเกม”

ปีนี้เอเชียซอฟท์เปิดเกมใหม่ไปแล้ว 5 เกม มีสมาชิกไอดีรวมกันทุกเกมไม่ต่ำกว่า 10 ล้านไอดี สิ้นปียังมั่นใจจะมีรายได้เติบโตกว่าปีที่แล้ว 2 เท่าตัว และล่าสุดยังเปิดเกมออนไลน์ใหม่ “เดคารอน” จับกลุ่มวัย 18 ปีขึ้นไป

นางสาวปฐมา จันทรักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สถานการณ์การเมืองและเศรษฐกิจที่กระทบทั่วโลกกระทบตลาดไทยโดยเฉพาะการชะลอ การตัดสินใจในตลาดเอสเอ็มอีและการใช้จ่ายโครงการประมูลภาครัฐ โดยไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2552 ที่เริ่มเดือนก.ค.ที่ผ่านมา ราชการไม่มีอัตราเติบโต และยังเสียโอกาสเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลก

ขณะที่ตลาดเอสเอ็มอี ปรับลดการเติบโตเหลือ 20% จากที่คาดจะโต 30% ตลาดผู้ประกอบเครื่องในประเทศ (โออีเอ็ม) โตเพียง 12% จากที่ตั้ง 20% แต่ยังได้แรงซื้อจากองค์กรขนาดใหญ่ กลุ่มธนาคารและอุตสาหกรรมการผลิต สินค้าใหม่หมวดฮาร์ดแวร์ที่โต 50% รวมถึงการศึกษามาหนุนให้ไตรมาสแรกโต 26%

ทั้งนี้บริษัทจะรักษาระดับการเติบโต รายได้ทั้งปีที่ 24% ใช้กลยุทธ์เจาะกลุ่มลูกค้าเฉพาะ พร้อมตัดงบโฆษณาทีวีระดับ 10 ล้านบาทมาใช้ทำตลาดเจาะกลุ่มเป้าหมายโดยตรงแทน

นายสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานการตลาด บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) กล่าวว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทยในระยะยาวอย่างแน่นอน แต่เอไอเอสได้รับผลกระทบน้อย เพราะธุรกิจให้บริการโทรศัพท์มือถือมีความพิเศษ ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร ก็จำเป็นต้องติดต่อสื่อสาร อาจมีโทรศัพท์ระหว่างประเทศที่ปริมาณการใช้ลดลง 1-2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

นายยรรยง อัครจินดานนท์ รองกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส บมจ. อาร์เอส กล่าวว่า อาร์เอสได้รับผลกระทบเช่นกัน แต่ถือว่าการทำธุรกิจยังไปได้ดี หากต้องปรับกลยุทธ์ เน้นทำตลาดที่แตกต่างอย่างสร้างสรรค์ โดยเฉพาะตลาดที่ได้รับผลกระทบจากการเมืองน้อยที่สุด เช่น วัยรุ่น

ส่วนงบโฆษณาโดยภาพรวมได้ปรับลดลง และใช้งบอย่างระมัดระวัง เน้นความคุ้มค่ามากที่สุด เช่นเดียวกับเป้ารายได้ของบริษัท ต้องปรับแน่นอน แต่ยังกำลังประเมิน

ร.อ.สุนทร ปัณฑรมงคล ผู้อำนวยการอาวุโสและผู้จัดการทั่วไป ส่วนงานบิสซิเนส อิมเมจจิ้ง โซลูชั่น บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า แคนนอนยังคงไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงใดๆ เหตุลูกค้าส่วนใหญ่ของเครื่องถ่ายเอกสารอยู่กลุ่มราชการ และองค์กรใหญ่ ยังต้องดำเนินงานไปตามแผนที่วางไว้

http://www.bangkokbiznews.com/2008/10/08/news_301210.php

หมวดหมู่: ไม่มีหมวดหมู่
Tagged: , , , , , , , , ,

SIPA ระดมองค์กรชั้นนำรุกซอฟต์แวร์ ไทยโกอินเตอร์

ตุลาคม 1, 2008 · ให้ความเห็น

นายรุ่งเรือง ลิ้มชูปฏิภาณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือซิป้า กล่าวว่า วิสัยทัศน์ในการสร้างศักยภาพการแข่งขันอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและรายได้เข้าสู่ประเทศ โดยวิธีการกระตุ้นและสร้างโอกาสทางธุรกิจให้ผู้ประกอบการด้านซอฟต์แวร์ และกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ซื้อจับคู่พันธมิตร อีกทั้งเปิดโอกาสประชาสัมพันธ์สินค้าซอฟต์แวร์สู่สาธารณะ ขณะที่ซอฟต์แวร์ไทยมีรายได้จากการส่งออกเมื่อปี 2550 ประมาณ 6,000 ล้านบาท

ผอ.ซิป้า กล่าวต่อว่า งาน Thailand Software Fair 2008 เป็นการรวมตัวครั้งแรกที่จัดขึ้น โดยเป็นการนำร่องแนวคิดดังกล่าว และอาจต่อยอดจากการสร้างเครือข่าย ใช้งบจัดงานประมาณ 16 ล้านบาท  ขณะเดียวกัน ซิป้าส่งเสริมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยที่ขาดโอกาสในการพัฒนา ศักยภาพ โดยเน้นการเปิดรับบริษัทชั้นนำด้านไอทีและซอฟต์แวร์จากต่างประเทศ ให้เข้ามาร่วมมือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยมีกลยุทธ์ในการพัฒนา 5 ด้าน คือ 1.ผลิตภัณฑ์และการบริการ 2.กระบวนการผลิต 3.ตลาด โดยสร้างการยอมรับในตลาดโลก 4.ทรัพยากรบุคคลด้านไอซีทีและซอฟต์แวร์ และ 5.ธุรกิจเพิ่มทักษะการบริหารจัดการธุรกิจซอฟต์แวร์ไทย

“เป็นงานครั้งแรก ที่ไทยจัดขึ้น คาดหวังว่าจะได้มูลค่า 100 ล้านบาท เฉพาะผู้ประกอบการในประเทศไทย  ขณะที่มีนักธุรกิจจากต่างประเทศเข้ามาซื้องานในไทย และเกิดการจ้างงานแอนิเมชันแล้ว เนื่องจากต่างประเทศประทับใจผลงาน โดยไม่รู้ว่าประเทศไทยทำได้ สำหรับตลาดที่มีศักยภาพในการส่งออก ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ลาว และ จีน เนื่องจากเป็นตลาดที่เติบโตเร็วและเป็นคู่ค้ากับประเทศไทย ส่วนอนาคตมองว่า จีน และญี่ปุ่น จะเป็นประเทศหลักในการนำเงินเข้าประเทศ จากเอ็นเทอร์ไพรส์ ซอฟต์แวร์ แอนิเมชัน และอีเซอร์วิส แอพลิเคชัน” นายรุ่งเรือง กล่าว

นางวทันยา สุทธิเลิศ ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย หรือ ซอฟต์แวร์ปาร์ค กล่าวว่า ประเทศไทยมีศักยภาพสูงด้านซอฟต์แวร์ จากสภาวะปัจจุบัน การดำเนินธุรกิจยังเติบโตไปในทิศทางที่ดีขึ้น เพราะมีหลายกิจกรรมที่ภาครัฐและเอกชนร่วมมือกันอย่างจริงจัง สำหรับจุดที่ต้องร่วมกันส่งเสริมและผลักดัน คือ การทำตลาด ของนักพัฒนาหรือผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ ดังนั้นซอฟต์แวร์ปาร์คจึงเตรียมแผนงานมุ่งเน้นความแข็งแกร่งของระบบการตลาด ในภูมิภาคมากขึ้น และเน้นการสร้างการเชื่อมโยงระหว่างชุมชน ระหว่างอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ โดยเข้าไปเชื่อมโยงโอกาสและช่องทางการตลาดให้กับนักพัฒนาหรือองค์กรหลัก  ผู้ช่วยผอ.ซอฟต์แวร์ปาร์ค กล่าวต่อว่า ได้วางเป้าหมายให้เกิดเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์  ในเมืองที่มีศักยภาพและความพร้อมด้านปัจจัยสนับสนุนการผลิตให้เกิดขึ้น โดยมุ่งเน้นให้เกิดศูนย์รวมกิจกรรมด้านซอฟต์แวร์ รวมถึงเป็นแหล่งในการส่งเสริม และเกิดการรวมกลุ่มของผู้ประกอบการภาคเอกชนส่วนใหญ่ เป็นเอสเอ็มอี ให้เป็นกลุ่มอุตสาหกรรม และเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายกับกลุ่มในภาคอื่นของประเทศ

นายสมเกียรติ อึงอารี นายกสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย (ATSI) กล่าวว่า ภาพรวมกิจกรรมต่างๆ ที่สมาคมฯดำเนินการมาผ่านมา ตามนโยบายของซิป้า โดยตัวเลขของมูลค่าการตลาดบริการด้านไอทีในประเทศไทยนั้นมากขึ้นทุกปี โดยเป็นค่าใช้จ่ายด้านฮาร์ดแวร์มากที่สุด ประมาณ 70% ของมูลค่าการตลาดทั้งหมดประมาณ 148,000 ล้านบาท และส่วนตลาดด้านซอฟต์แวร์มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในปี 2549-2550  ทั้งนี้งาน Thailand Software Fair 2008  จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 14-16 พ.ย.2551 ณ สยามพารากอน  ชั้น 5 และติดตามรายละเอียดของงานได้ทางเว็บ www.thailandsoftwarefair.com

หมวดหมู่: ไม่มีหมวดหมู่
Tagged: , , , , , , , , , ,

หยุดใช้ Software เถื่อนก่อนจะสาย

กันยายน 29, 2008 · ให้ความเห็น

จาก www.stop.in.th

เหลืออีก 16 วัน นับจากวันนี้นะครับ ที่จะเริ่มมีการจับการใช้ Software ที่ไม่ถูกต้อง คราวนี้ดูค่อนข้างจริงจังนะครับ เป็น“โครงการป้องปรามการใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์” นำโดยกองปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและ เทคโนโลยี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (บก. ปศท.) ด้วยความสนับสนุนของ กลุ่มพันธมิตรธุรกิจซอฟต์แวร์ (BSA)

BSA เป็นกลุ่มบริษัทเจ้าของ Software มารวมตัวกัน หลักๆ ก็มี Microsoft,Adobe,Autocad,IBM,HP,Dell,Trend Micro,Borland,…..

ถ้าถูกจับปรับเป็นแสนนะครับ(ได้ยินว่าปรับตั้งแต่ 100,000 บาท และจำคุก 6 เดือนถึง 4 ปี) คือ โทษค่อนข้างรุนแรงนะครับ

คำแนะนำเบื้องต้น

  • สำรวจ Software ที่ใช้ในบริษัท ทุกเครื่อง ทั้งเครื่องแม่(Server) และเครื่องลูก
  • ลบ Software ผิดลิขสิทธิ์ที่ไม่จำเป็นต้องใช้ออกให้หมด รวมทั้งแผ่นโปรแกรมผิดลิขสิทธิ์ต่างๆนำไปทำลายให้หมด(อย่างน้อยก็ห้ามไว้ที่บริษัท)
  • ลองปรึกษาบริษัทคอมพิวเตอร์ที่ท่านติดต่ออยู่ ดูว่าถ้าซื้อถูกต้องทั้งหมดต้องใช้งบประมาณเท่าไหร่ เพื่อประกอบการตัดสินใจ(ถ้าโดนจับปรับเขาปรับเป็น 10 เท่าหรือมากกว่า)
  • ถ้าไม่ซื้อ ก็ต้องมองหาทางเลือกอื่นๆ ซึ่งปัจจุบันมี Software OpenSource (ใช้ได้ฟรี) ที่ดีๆออกมาหลายตัว เช่น ถ้าไม่ใช้ Windows XP Pro อาจจะหันไปใช้ Ubuntu 8 หรือ LinuxTle 9.0 แทน หรือ ใช้ LinuxSIS 5.5.5 เพื่อแทน Windows Server เป็นต้น หรือ ไม่ใช้ Microsoft Office ก็ไปใช้ OpenOffice แทน  ซึ่งถ้าเลือกวิธีนี้ก็ประหยัดไปได้มาก แต่ก็ต้องปรับตัวกันพอสมควรนะครับ
  • เหลือเวลาไม่มาก คุณอาจจะไม่โดนจับคราวนี้แต่ว่าป้องกันไว้ดีกว่าแก้ครับ

หมวดหมู่: ไม่มีหมวดหมู่
Tagged: , , , , , , , , , ,

Microsoft สนับสนุนการใช้ License Software ด้วยส่วนลดสุดพิเศษ

มิถุนายน 18, 2008 · ให้ความเห็น

ด้วยการใช้ซอฟต์แวร์ของแท้ คุณมั่นใจได้ว่าจะสามารถเข้าถึงคุณสมบัติความปลอดภัยล่าสุด และได้รับการสนับสนุนที่ช่วยให้คุณสามารถเพิ่มประสิทธิผลและเพิ่มขีดความสามารถให้กับคอมพิวเตอร์ของคุณได้ นอกจากนี้คุณจะยังสามารถเข้าถึงนวัตกรรมใหม่ ๆ และได้รับข้อเสนอต่าง ๆ ที่มีให้เฉพาะลูกค้าที่ใช้ซอฟต์แวร์ของแท้เท่านั้น

Microsoft License

หมวดหมู่: microsoft
Tagged: , , ,

LinuxTLE 9.0 Hua-Hin Released

มีนาคม 5, 2008 · ให้ความเห็น

ฟรีระบบปฏิบัติการบน Desktop PC ,LinuxTLE 9.0 Hua-Hin Released เปิดให้ download แล้ว

linux-tle-9.jpg

สำหรับใคร

  • สำหรับสถานศึกษา
  • ธุรกิจขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่
  • หน่วยงานของรัฐ

ประโยชน์

  • ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในเรื่องของระบบปฏิบัติการสำหรับองค์กร
  • ช่วยลดการขาดดุล
  • สนับสนุนการใช้ซอฟต์แวร์ที่ถูกลิขสิทธิ์

หมวดหมู่: linux
Tagged: , , , , , , , , , , ,