Author Archives: focusit

8 ยักษ์ไอทีเดินสะดุดบ่วงขาดทุน

เผยโฉม 8 บิ๊กแบรนด์ไอทีที่เคยยิ่งใหญ่ แต่วันนี้กลับเดินสะดุดบ่วงขาดทุน และกำลังสูญเสียความเป็นดาวจรัสแสง

เทรนด์ที่กำลังเกิดขึ้น ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์เพื่อผู้บริโภคในขณะนี้ คือ บริษัทผู้ผลิตที่เคยครองตำแหน่งผู้นำเริ่มถูกคู่แข่งบดบังรัศมี จากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะราคาแพงของคู่แข่ง ทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ จนทำให้บิ๊กแบรนด์ไอทีหลายรายขาดทุน และเผชิญกับภาวะขาลง

ทั้งที่ครั้งหนึ่ง เคยเป็นแบรนด์ในดวงใจผู้บริโภค แต่ถึงวันนี้หลายคนกลับไม่สามารถจดจำชื่อแบรนด์เหล่านั้นได้ และแม้จะเคยสร้างความฮือฮาด้วยผลิตภัณฑ์สุดไฮเทค ไม่ว่าจะเป็นนินเทนโด วี แบล็คเบอร์รีของอาร์ไอเอ็ม โซนี่ วอล์คแมน บริษัทเหล่านี้กลับไม่สามารถบริหารจัดการความสำเร็จให้ยาวนานด้วยผลิตภัณฑ์ ใหม่ๆ จนต้องสูญเสียที่ยืนให้กับคู่แข่ง

น่าสนใจว่า ในบางกรณีบิ๊กเนมเดินเข้าสู่ขาลงโดยที่ไม่มีคู่แข่งจริงๆ จังๆ ด้วยซ้ำ อย่าง “โนเกีย” ที่เผชิญภาวะขาดทุนและสูญเสียฐานที่มั่นในธุรกิจ เพราะไม่สามารถเกาะเกี่ยวกระแสสมาร์ทโฟนที่เติบโตอย่างรวดเร็วได้

24/7 วอลล์สตรีท รวบรวม 8 แบรนด์เทคโนโลยีระดับท็อปที่กำลังเดินสะดุดบ่วงขาดทุน และเผชิญกับกระแสความนิยมที่เสื่อมถอยลง โดยบริษัทแรก ได้แก่ “รีเสิร์ช อิน โมชั่น” (อาร์ไอเอ็ม) ซึ่งเคยเป็นผู้นำตลาดสมาร์ทโฟน แบล็คเบอร์รีที่เคยฮิตกลับสูญเสน่ห์ ไตรมาส 4 ที่ผ่านมา บริษัทรายงานผลขาดทุนสุทธิ 125 ล้านดอลลาร์ ซึ่งมาจากค่าความนิยม (goodwill charge) และการจัดเตรียมสินค้าคงคลังของแบล็คเบอร์รี 7 ทำให้รายได้ของอาร์ไอเอ็มลดลง 24% จากปีก่อน ขณะที่ส่วนแบ่งของอาร์ไอเอ็มในตลาดสมาร์ทโฟนสหรัฐร่วงจาก 16% ในเดือนธันวาคม เหลือ 12.3% ในเดือนมีนาคมปีนี้ ผิดกับสมาร์ทโฟนตระกูลแอนดรอยด์ของกูเกิลที่มีส่วนแบ่งเพิ่มจาก 47.3% เป็น 51% และนี่อาจทำให้ “แบล็คเบอร์รี 10″ เป็นโอกาสสุดท้ายของอาร์ไอเอ็มที่จะกู้สถานการณ์

2.”ชาร์ป” แบรนด์ญี่ปุ่นที่รายงานผลขาดทุนทั้งปี 4.67 พันล้านดอลลาร์ เมื่อเดือนเมษายน และคาดว่าจะยังขาดทุนต่อเนื่องอีกในปีงบประมาณปัจจุบัน สาเหตุหลักๆ ของการขาดทุนมาจากราคาและยอดขายทีวีแอลซีดีที่ลดลง นอกจากนี้ ชาร์ปยังต้องต่อกรกับบริษัทจากเกาหลีใต้ ชาร์ปใช้เงิน 1.5 พันล้านดอลลาร์ในการปรับโครงสร้าง และเพิ่งขายหุ้น 46% ในโรงงานแอลซีดีให้กับคู่แข่งจากไต้หวัน “ฮอน ไฮ” เพื่อลดขาดทุนในธุรกิจผลิตทีวี

3.”อิเล็กทรอนิก อาร์ตส” ค่ายเกมยักษ์ใหญ่ รายงานผลขาดทุนสุทธิ 205 ล้านดอลลาร์ ในไตรมาส 3 ที่สิ้นสุด 31 ธันวาคม 2554 ทั้งที่มีรายได้สุทธิ 1.06 พันล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกัน โดยเกม “ฟีฟ่า 12″ และ “แบทเทิลฟีลด์ 3″ ขายได้กว่า 10 ล้านสำเนา บริษัทยังควักเงินหลายร้อยล้านดอลลาร์ เพื่อสร้างสรรค์เกมบนเครือข่ายสังคม

4.”โซนี่” ยักษ์อิเล็กทรอนิกส์แดนซามูไร โดยในเดือนเมษายน โซนี่ออกมาเตือนว่าอาจขาดทุนสุทธิ 6.4 พันล้านดอลลาร์ในปีงบประมาณล่าสุด ซึ่งถือเป็นการขาดทุนมากสุดนับแต่ก่อตั้งมา 65 ปี ไม่เพียงขาดทุนในธุรกิจทีวี แต่ในธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์เพื่อผู้บริโภค โซนี่ก็ต้องแข่งกับแอปเปิลและซัมซุง รวมถึงสูญเสียตลาดเกมและอุปกรณ์เพลงดิจิทัล ทั้งที่เคยปลุกปั้น “พีเอส2″ และ “วอล์คแมน” จนดังระเบิด

5.”นินเทนโด” ผู้ผลิตเครื่องเล่นเกมเบอร์ 1 ซึ่งมี “วี” เป็นสินค้ายอดฮิต แต่การแข่งขันที่ดุเดือดทั้งกับไมโครซอฟท์และโซนี่ ทำให้นินเทนโดถูกบีบให้ลดราคาสินค้าลง เดือนเมษายนที่ผ่านมา บริษัทรายงานผลขาดทุนในปี 2554 ราว 461.2 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ทั้ง 3 บริษัทต้องเผชิญกับการแข่งขันจากบรรดาเกมบนสมาร์ทโฟนที่โตอย่างรวดเร็ว

6.”โนเกีย” ยักษ์มือถือเบอร์ 1 ที่เพิ่งถูกซัมซุงโค่นตำแหน่งในส่วนของมือถือระดับล่าง ขณะที่ตลาดสมาร์ทโฟนก็ไม่สามารถรักษาที่ยืนจากเงื้อมมือของซัมซุงและแอปเปิล บริษัทเพิ่งประกาศผลขาดทุนสุทธิ 1.2 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสล่าสุด และจับมือกับไมโครซอฟท์เพื่อกอบกู้ความยิ่งใหญ่

7.”บาร์นส แอนด์ โนเบิล” ที่โหมลงทุนอุปกรณ์อ่านอี-บุ๊ก “นุก” (Nook) แต่การแข่งขันจากแทบเล็ตและบริษัทอี-รีดเดอร์อื่นๆ อาทิ แอปเปิล อะเมซอน ส่งผลให้ช่วง 39 สัปดาห์ นับถึง 28 มกราคม 2555 บาร์นส แอนด์ โนเบิล ขาดทุนกว่า 11 ล้านดอลลาร์ บริษัทพยายามลดต้นทุนในการพัฒนาโดยหันไปใช้ระบบปฏิบัติการวินโดว์สของ ไมโครซอฟท์

8.”เอเซอร์” พึ่งพาเน็ตบุ๊กอย่างมาก กระทั่งกระแสแทบเล็ตเติบโตมากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา รวมถึงสมาร์ทโฟน บริษัทหนีไม่พ้นบ่วงขาดทุน 212 ล้านดอลลาร์ในปีที่แล้ว ปัจจุบันเอเซอร์ปรับโฟกัสไปเน้นอัลตร้าบุ๊ก ซึ่งนักวิเคราะห์ประเมินว่า ราคาอัลตร้าบุ๊กจะลดลงอีก เพื่อสู้กับไอแพด ซึ่งอาจทำให้เอเซอร์เจ็บตัวอีก

ข่าวจาก

http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/business/global/20120515/451732/8-%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B9%8C%E0%B9%84%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%9A%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%99.html

Lenovo ทิ้งคู่แข่ง ขึ้นแท่นผู้นำตลาดพีซีเอเชียแปซิฟิก

‘เลอโนโว’ ทิ้งคู่แข่ง ขึ้นแท่นผู้นำตลาดพีซีเอเชียแปซิฟิก
ไอดีซี เผยผลวิจัยตลาดพีซีปี 54 สถานการณ์ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ขาดตลาดดีกว่าที่คาด มียอดจัดส่งเครื่องกว่า 119 ล้านเครื่อง โดยเลอโนโว เอเซอร์ เดลล์ ครองอันดับ 1-3 ส่วนแบ่งตลาดสูงสุด…

ผลการวิจัยเบื้องต้นของไอดีซี บริษัทที่ปรึกษาและวิจัยข้อมูลการตลาด ระบุว่า ตลาดคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลหรือพีซีในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ยกเว้นญี่ปุ่น) ในปี 2554 ไม่ขยายตัวถึง 11% โดยมียอดจัดส่งทั้งสิ้น 119 ล้านเครื่อง แม้จะเป็นอัตราการขยายตัวที่ต่ำกว่าปีก่อนๆ แต่ถือเป็นอัตราที่น่าพอใจอย่างยิ่งท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจโลกที่ผันผวนตลอดปี แสดงถึงความแข็งแกร่งและยืดหยุ่นของตลาดในเอเชีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในไตรมาสสุดท้ายของปีที่ตลาดเติบโตเพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2553 สูงกว่าที่ไอดีซีคาดการณ์ไว้ 3% โดยผลกระทบจากสถานการณ์ การขาดตลาดของฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ที่มีต่อตลาดในหลายประเทศ เช่น ประเทศจีน และอินโดนีเซียนั้น ไม่ได้รุนแรงเท่ากับที่ไอดีซีได้คาดไว้เบื้องต้น

นายไบรอัน มา รองประธานฝ่ายงานวิจัยตลาดอุปกรณ์ต่อพ่วงประจำภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ไอดีซี เปิดเผยว่า ตลาดพีซีต้องฝ่ามรสุมหลายระลอกในปีที่ผ่านมา ทั้งปัญหาจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและความนิยมที่มีต่อมีเดียแท็บเล็ตที่ทำให้ผู้บริโภคสนใจพีซีน้อยลง หลังจากนี้ ตลาดยังคงต้องประสบกับปัญหาการขาดแคลนฮาร์ดดิสก์ แต่ไอดีซีเชื่อว่าหากผ่านช่วงต้นปี 2555 ไปแล้ว ตลาดจะดีดตัวกลับมาได้อย่างรวดเร็วในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งภาพรวมของตลาดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกน่าจะขยายตัวได้ถึง 10% สำหรับปีนี้

ทั้งนี้ เลอโนโวยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดได้อย่างเหนียวแน่นตลอดปีที่แล้ว โดยไม่ได้ทำผลงานได้ดีในประเทศจีนเท่านั้น แต่ยังสามารถขยายตลาดในประเทศอื่นๆ ได้อีกด้วย ขณะที่เอชพีมีผลงานที่แย่ลงในครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ผู้จำหน่ายรายใหญ่จากฝั่งอเมริการายนี้ประกาศว่าจะทบทวนอนาคตของการทำธุรกิจพีซีของตน ด้านเอซุสยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในตลาดอาเซียน และเดลล์เองก็ประสบความสำเร็จมากขึ้นในตลาดจีนและอินเดีย

สำหรับยอดจดส่งพีซีในเอเชียแปซิฟิก (ยกเว้นญี่ปุ่น) ประจำปี 2554 เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2553 ปรากฏว่า เลอโนโว มีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 1 อยู่ที่ 22.5% อันดับ 2 คือ เอเซอร์ ด้วยส่วนแบ่งตลาด 11.6% อันดับ 3 คือ เดลล์ ส่วนแบ่งตลาด 10.4% อันดับ 4 คือ เอชพี ส่วนแบ่งตลาด 9.9% อันดับ 5 คือ เอซุส ส่วนแบ่งตลาด 6.4% และแบรนด์อื่นอีก มีส่วนแบ่งตลาดอีก 39.2%.

http://www.thairath.co.th/content/tech/234180

D-Link DWR-112 Wireless 300N 3G Wi-Fi Router รองรับการใช้งานทุกระบบเครือข่ายทั่วโลก

D-Link DWR-112 Wireless 300N 3G Wi-Fi Router (P/N: DWR-112) คือ เราท์เตอร์ที่จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงบริการโมบายล์บรอดแบนด์จาก ทั่วโลกได้ เพียงแค่เสียบยูเอสบีอแดปเตอร์ที่ใช้งานบนระบบเครือข่าย 3G/3.5G และแบ่งปันการเชื่อมต่อเครือข่ายอินเตอร์เน็ตผ่านทางระบบอินทราเน็ตไร้สาย ความเร็วสูงซึ่งให้ความปลอดภัยสูงด้วย และด้วยเทคโนโลยี 802.11n (MIMO 2×2) ให้คุณได้เพลิดเพลินกับความเร็ว และระยะที่ครอบคลุมการทำงาน ที่เพิ่มขึ้นกว่ามาตรฐานเดิมคือ 802.11g/b นอกจากนั้นพอร์ต 10/100 Ethernet WAN ยังช่วยให้คุณติดตั้งโมเด็ม DSL/Cable ใช้งานเป็นตัวแบ็คอัพลิงค์ WAN ได้อีกด้วย นอกจากนั้นเราท์เตอร์เครื่องนี้ยังใช้ชุดตัวรับส่งสัญญาณคู่ (802.11n 2×2 MIMO) ในการสร้างระบบอินทราเน็ตไวไฟที่ให้ความถี่แบนด์วิธในระดับสูง ด้วยอัตราเร็วบนระบบเครือข่ายที่สูงถึง 300 เมกะบิตต่อวินาที ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้งานสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ไร้สายต่างๆ อาทิ เครื่องพีซีและโทรศัพท์สมาร์ทโฟน เข้ากับเครือข่ายอินทราเน็ตไร้สายของคุณ ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถแบ่งปันการเชื่อมต่อบนระบบ WAN ที่คุณเป็นสมาชิกอยู่ร่วมกับเพื่อนสนิทหรือเพื่อนในที่ทำงานได้ ยิ่งไปกว่านั้น เราท์เตอร์เครื่องนี้ยังได้ติดตั้งระบบไฟร์วอลล์ และคุณสมบัติเพื่อความปลอดภัยอื่นๆ มากมายที่จะช่วยปกป้องระบบอินทราเน็ตของคุณ และด้วยพอร์ตยูเอสบีจำนวน 2 พอร์ต เราท์เตอร์เครื่องนี้ยังได้มอบทางเลือกในการใช้งานยูเอสบีแฟลชไดร์ฟ หรืออุปกรณ์ยูเอสบีอื่นๆ อาทิ พรินท์เตอร์ ให้คุณได้เลือกใช้อีกด้วย เพื่อการแบ่งปันไฟล์ข้อมูลบนเครือข่ายอินทราเน็ต

D-Link DES-1008P 8-Port switch ส่งผ่านพลังงานไฟพร้อมข้อมูลได้จากสายเคเบิลเดียว

D-Link DES-1008P 8-Port switch (P/N: DES-1008P) คือสวิตช์ 8 พอร์ตที่สามารถส่งต่อพลังงานไปยังอุปกรณ์เน็ตเวิร์คได้สูงสุดถึง 4 ตัว ผ่านทางเน็ตเวิร์คเคเบิลที่ทำงานอยู่บนเทคโนโลยี Power over Ethernet อุปกรณ์ตัวนี้จึงเป็นโซลูชันที่ให้ความคุ้มค่าสูงสำหรับผู้ใช้งานบนระบบ เครือข่าย โดยจะทำหน้าที่ช่วยในส่วนของการเชื่อมต่อและส่งผ่านพลังงานไฟไปยังตัวอุ ปกรณ์เน็ตเวิร์ค อาทิ แอคเซสพอยต์, กล้องวิดีโอในระบบไอพี และโทรศัพท์ในระบบไอพี โดยส่งผ่านทางเน็ตเวิร์คเคเบิลที่ใช้กันอยู่ตามปกติ และในฐานะเป็นตัวสวิตช์จึงสามารถใช้งาน เพื่อการแบ่งปันไฟล์ข้อมูล เพลงและวิดีโอ บนระบบเครือข่ายของคุณเองได้ หรือใช้ในการสร้างสภาพแวดล้อมสำหรับการเล่นเกมส์ออนไลน์หมู่ได้อีกด้วย นอกจากนั้นผู้ใช้งานยังสามารถเพิ่มการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์, พรินเตอร์ และอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลบนระบบเครือข่าย รวมถึงอุปกรณ์อีเธอเน็ตอื่นๆ เข้าไปบนระบบเครือข่ายของคุณเองได้อีกด้วย ตัวเครื่องมีการทำงานที่เงียบจึงเหมาะสำหรับการใช้งานภายในบ้านและในสำนัก งานขนาดเล็ก และยังสามารถติดตั้งไว้แบบแขวนบนผนังเพื่อช่วยประหยัดพื้นที่บนโต๊ะทำงานของ คุณเองได้อีกด้วย จากทั้งหมด 8 พอร์ตบนตัวเครื่องนั้น มีจำนวน 4 พอร์ตที่สนับสนุนมาตรฐาน IEEE 802.3af สำหรับ Power over Ethernet (PoE) และแต่ละพอร์ตนี้สามารถให้พลังงานได้ 15.4W และสูงสุดของ PoE ที่ 56W ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถติดตั้งอุปกรณ์ที่ทำงานอยู่บนมาตรฐาน IEEE 802.3af แนบไว้ด้วยได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้แหล่งพลังงานไฟจากจุดอื่นเลย นอกจากนั้นอุปกรณ์ในระบบเครือข่ายที่ใช้พลังงานไฟจากวิธีนี้ยังไม่จำเป็นที่ จะต้องวางตัวอุปกรณ์ไว้ใกล้กับตัวจ่ายพลังงานไฟ จึงให้ความยืดหยุ่นในการจัดวางตัวอุปกรณ์ได้มากกว่า

HP Officejet Pro 8100 ePrinter เพิ่มประสิทธิผลของงานในราคาประหยัดยิ่งกว่า

HP Officejet Pro 8100 ePrinter เพิ่มประสิทธิผลของงานในราคาประหยัดยิ่งกว่า
HP Officejet Pro 8100 ePrinter (P/N: CM752A) ผลิตงานเอกสารสีคุณภาพสูงระดับมืออาชีพด้วยราคาต้นทุนต่อแผ่นที่ช่วยประหยัดมากกว่าการพิมพ์จากเครื่องเลเซอร์ได้มากถึง 50% รองรับการสั่งพิมพ์งานจากอุปกรณ์เคลื่อนที่แม้ในยามเดินทางของคุณ ด้วยฟังก์ชัน HP ePrint มอบอัตราเร็วในการพิมพ์เอกสารขาวดำที่ระดับ 20 แผ่นต่อนาที และ 16 แผ่นต่อนาทีสำหรับเอกสารสี และให้ความคุ้มค่าสูงด้วยหมึกพิมพ์แบบแยกหลอด แยกเปลี่ยนได้เฉพาะสีที่หมดเท่านั้น รองรับการเชื่อมต่อได้อย่างยืดหยุ่นทั้ง Hi-Speed USB 2.0, Built-in wired Ethernet 10/100Base-TX (RJ45) networking และ Built-in wireless 802.11n networking เพิ่มประสิทธิผลของงานสูงสุดด้วยความสามารถในการพิมพ์งานสองหน้าหลังโดยอัตโนมัติ มาพร้อมด้วยถาดป้อนกระดาษความจุ 250 แผ่น และสามารถเลือกเพิ่มถาดที่สองซึ่งจุได้อีก 250 แผ่นได้

จุดเด่น HP Officejet Pro 8100 ePrinter

ประหยัดมากกว่าการพิมพ์จากเครื่องเลเซอร์ได้มากถึง 50%
พิมพ์งานจากอุปกรณ์เคลื่อนที่แม้ในยามเดินทางของคุณ ด้วยฟังก์ชัน HP ePrint
มอบอัตราเร็วในการพิมพ์เอกสารขาวดำที่ระดับ 20 แผ่นต่อนาที และ 16 แผ่นต่อนาทีสำหรับเอกสารสี
คุ้มค่าสูงด้วยหมึกพิมพ์แบบแยกหลอด แยกเปลี่ยนได้เฉพาะสีที่หมดเท่านั้น
พิมพ์งานสองหน้าหลังโดยอัตโนมัติ
ถาดป้อนกระดาษความจุ 250 แผ่น

HP LaserJet Pro 100 color MFP M175 มัลติฟังก์ชันสีคุณภาพสูงราคาประหยัด

HP LaserJet Pro 100 color MFP M175 (P/N: CE865A, CE866A) ได้รับการออกแบบมาเพื่อการใช้งานภายในสำนักงานขนาดเล็ก หรือโฮมออฟฟิศ ที่ต้องการเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชันสีที่มีขนาดกะทัดรัด และมีราคาที่ไม่แพง รวมถึงยังมีการทำงานที่รองรับระบบไร้สายและการเชื่อมต่ออีเธอเน็ต รองรับการทำงานแบบเคลื่อนที่และช่วยประหยัดพลังงาน คุณสมบัติการพิมพ์ สแกน และถ่ายเอกสารสีด้วยคุณภาพสูง สามารถเพิ่มคุณภาพงานถ่ายเอกสาร ทั้งในส่วนของภาพ ตัวอักษรและกราฟฟิค ให้มีคุณภาพสูงโดยอัตโนมัติด้วยคุณสมบัติของ automatic copy optimisation นอกจากนั้นยังสามารถพิมพ์งานขาวดำที่ให้ความคมชัดและประหยัดค่าใช้จ่ายต่อ แผ่นได้เทียบเท่ากับการพิมพ์จากเครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์ขาวดำเลยทีเดียว รองรับการพิมพ์นอกสถานที่ ด้วยฟังก์ชัน HP ePrint และสามารถสั่งพิมพ์งานได้โดยตรงจากเครื่องพิมพ์ โดยผ่านทางอุปกรณ์ไร้สาย

จุดเด่น HP LaserJet Pro 100 color MFP M175

  • โปรเซสเซอร์ความเร็ว 266MHz
  • หน่วยความจำขนาด 2MB
  • ให้ความคมชัดและคมเข้มในทุกตัวอักษร
  • รองรับระบบไร้สายและการเชื่อมต่ออีเธอเน็ต

Lexmark X954de Multifunction Color Laser Printer เพิ่มประสิทธิภาพงานด้านงานเอกสารให้ถึงขีดสุด

Lexmark X954de Multifunction Color Laser Printer (P/N: 22Z0130) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานภายในสำนักงานของคุณและเพิ่มประสิทธิผลของงาน ด้วยเครื่องพิมพ์แบบมัลติฟังก์ชัน ที่มาพร้อมด้วยความสามารถในการจัดการเอกสารอย่างสมบูรณ์แบบ อาทิ การพิมพ์ การถ่ายเอกสาร การสแกน การรับส่งแฟกซ์ และการเป็นเครื่องสแกนเอกสารสีบนระบบเครือข่าย นอกจากนั้นยังรองรับการผลิตเอกสารสีขนาด A3 คุณภาพสูงได้อีกด้วย ตัวเครื่องประกอบด้วยคุณสมบัติการทำงานที่ยืดหยุ่น มีการใช้งานที่ง่าย พร้อมด้วยระบบความปลอดภัยขั้นสูง และหน่วยความจำ RAM ที่มากถึง 2GB อีกทั้งยังมีความสามารถในการจัดการเอกสาร ด้วยการจัดพิมพ์แบบเรียงหน้ากระดาษ การเย็บแม็กซ์และการเจาะรูเพื่อเข้ารูปเล่ม คุณจึงสามารถสร้างสรรค์เอกสารแบบรูปเล่มที่ดูเป็นมืออาชีพได้อย่างง่ายดาย จากเครื่องพิมพ์ภายในองค์กรคุณเอง และด้วยถาดป้อนกระดาษที่มีความยืดหยุ่นสูง สามารถรองรับประเภทของกระดาษได้มากถึง 6 แบบ ด้วยขนาดใหญ่ถึง 12.6x 48 นิ้ว ตัวเครื่องมาพร้อมด้วยจอแสดงผลสีแบบสัมผัสขนาดใหญ่พิเศษถึง 10.2 นิ้ว ให้คุณเข้าถึงฟังก์ชันการทำงานต่างๆ ได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว

จุดเด่นผลิตภัณฑ์

  • ใช้งานง่ายด้วยจอแสดงผลสีแบบสัมผัสขนาด 10.2 นิ้ว
  • รองรับการผลิตเอกสารสีขนาด A3 คุณภาพสูง
  • หน่วยความจำ RAM มากถึง 2GB
  • ถาดป้อนกระดาษมีความยืดหยุ่นสูง สามารถรองรับประเภทของกระดาษได้มากถึง 6 แบบ

Fuji Xerox DocuPrint M205fw Mono Multifunction Printer ผลิตงานพิมพ์คุณภาพสูงได้อย่างง่ายดายด้วยตัวคุณเอง

Fuji Xerox DocuPrint M205fw Mono Multifunction Printer (P/N: DPM205FW-S ) ตัวเครื่องได้รับการออกแบบมาให้มีขนาดที่กะทัดรัด และดูทันสมัย สามารถติดตั้งลงบนโต๊ะทำงานซึ่งมีพื้นที่จำกัดของคุณได้อย่างลงตัว ตัวเครื่องมาพร้อมด้วยการทำงานแบบไร้สาย และคุณสมบัติที่ครบครันทั้งการพิมพ์ การสแกน การถ่ายเอกสารและการรับส่งแฟกซ์ นอกจากนั้นยังมีการทำงานที่เงียบ ไม่ส่งเสียงรบกวนการทำงานภายในสำนักงานของคุณ พร้อมด้วยประสิทธิภาพการทำงานระดับสูงที่จะช่วยคุณประหยัดค่าใช้จ่ายด้านการ พิมพ์ลงได้มาก ที่สำคัญยังมีการใช้พลังงานที่น้อยลง ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายลงได้ถึง 20% เลยทีเดียว ในส่วนของคุณสมบัติด้านการพิมพ์ ได้มอบจุดเด่นในโหมดการพิมพ์แบบประหยัดหมึกพิมพ์ และการยอกเลิกการสั่งพิมพ์ที่ไม่ต้องการได้อย่างง่ายดายผ่านทางปุ่มยกเลิก ได้จากด้านหน้าของตัวเครื่อง ยิ่งไปกว่านั้น เครื่องพิมพ์รุ่นนี้ยังสามารถผลิตงานพิมพ์คุณภาพสูงได้เร็ว 24 แผ่นต่อนาที และมาพร้อมด้วยหน่วยความจำขนาดใหญ่ 128 MB ซึ่งจะช่วยให้งานพิมพ์ทุกประเภทของคุณสำเร็จลุล่วงลงได้ในเวลาอันรวดเร็ว

จุดเด่นผลิตภัณฑ์

  • มอบความเร็วในการพิมพ์ 24 แผ่นต่อนาที
  • หน่วยความจำมาตรฐานขนาด 128 MB
  • สั่งพิมพ์งานแผ่นแรกได้ภายในเวลาเพียงแค่ 11 วินาทีเท่านั้น
  • ความละเอียดในการพิมพ์ระดับ 1200×1200 จุดต่อนิ้ว

Buffalo Wireless-N NFINITY Gigabit HighPower ADSL2+ Modem Broadband Router โหลดข้อมูลได้อย่างรวดเร็วทันใจ

Buffalo Wireless-N NFINITY Gigabit HighPower ADSL2+ Modem Broadband Router (P/N : WBMR-HP-G300H-AP) คือโมเด็มเราท์เตอร์ในระบบบรอดแบนด์ ที่มาพร้อมด้วยเสารับสัญญาณที่สามารถถอดเก็บได้ พร้อมกันนี้ยังสามารถรองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สายด้วยอัตราเร็วที่สูงถึง 300 เมกะบิตต่อวินาที การทำงานของฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์ภายในช่วยเสริมประสิทธิภาพการสื่อสารไร้ สายให้มีประสิทธิภาพถึงขีดสุด และให้ระยะการทำงานที่ครอบคลุมพื้นที่ยิ่งขึ้น และด้วยคุณสมบัติในการช่วยประหยัดพลังงานจะช่วยลดการใช้พลังงานลงได้ถึง 65% พร้อมกันนี้ยังรองรับการเชื่อมต่อแบบ High Speed ADSL2+ ด้วยระดับความเร็ว Line Rates 24 เมกะบิตต่อวินาทีสำหรับดาวน์สตรีม และระดับ 3 เมกะบิตต่อวินาทีสำหรับอัพสตรีม ด้านการติดตั้งสามารถติดตั้งใช้งานได้อย่างง่ายดายด้วยคุณสมบัติของ AirStation One-Touch Secure System (AOSS) มาพร้อมด้วยพอร์ตยูเอสบีเพื่อรองรับการใช้งานแบบ NAS และกับเครื่องพิมพ์ นอกจากนั้นภายในตัวเครื่องยังได้ติดตั้งอุปกรณ์มีเดียเซิร์ฟเวอร์ สำหรับใช้ในการสตรีมคอนเทนต์มัลติมีเดีย ให้กับเครื่องไคลเอนต์ในระบบ DLNA ที่อยู่บนระบบเครือข่ายของคุณ คุณสมบัติของ movie engine เพื่อให้คุณสามารถสตรีมมีเดียได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด และ BitTorrent Client เพื่อรองรับการดาวน์โหลดไฟล์มีเดียขนาดใหญ่จำนวนมากได้อย่างสะดวก รองรับการจัดเก็บ แบ่งปันและเข้าถึงไฟล์ได้จากทุกเว็บบราวเซอร์ด้วยคุณสมบัติของ WebAccess และรองรับการใช้งานในระบบ VPN เพื่อให้คุณสามารถเข้าถึงระบบเครือข่ายจากในระยะไกลได้

จุดเด่นผลิตภัณฑ์

  • รองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สายด้วยอัตราเร็วที่สูงถึง 300 เมกะบิตต่อวินาที
  • รองรับการเชื่อมต่อแบบ High Speed ADSL2+
  • พอร์ตยูเอสบีเพื่อรองรับการใช้งานแบบ NAS และกับเครื่องพิมพ์
  • อุปกรณ์มีเดียเซิร์ฟเวอร์ สำหรับใช้ในการสตรีมคอนเทนต์มัลติมีเดีย
  • BitTorrent Client เพื่อรองรับการดาวน์โหลดไฟล์มีเดียขนาดใหญ่จำนวนมากได้

HP E-MSM460 Dual Radio 802.11n Access Point (WW) รองรับการทำงานแบบไร้สายกำลังแรงสูง

HP E-MSM460 Dual Radio 802.11n Access Point (WW) (P/N : J9591A) มอบอัตราเร็วในการส่งผ่านข้อมูลในระดับสูงสุดและ ให้คุณสร้างผลงานได้อย่างมีประสิทธิภาพดีที่สุดในท้องตลาดปัจจุบันนี้ โดยให้ทั้งความคุ้มค่าและคุณภาพในการทำงานที่คุณจะต้องพึงพอใจ สำหรับการทำงานของตัวแอคเซสพอยต์นี้ มีการทำงานที่ยืดหยุ่น คือสามารถใช้งานร่วมกับตัวควบคุมการทำงานแบบไร้สายหรือจะไม่ใช้ร่วมกันก็ได้ อีกทั้งยังให้การสนับสนุนคุณสมบัติการทำงานในระดับเอนเตอร์ไพรส์เช่นเดียว กันกับผลิตภัณฑ์ไร้สายในรุ่น E-series MSM ของเอชพีในรุ่นก่อนๆ ด้วย ยิ่งไปกว่านั้นยังได้เพิ่มคุณสมบัติใหม่ อาทิ Beamforming ซึ่งเป็นเทคนิคที่ใช้ในการตรวจหาอาร์เรย์สัญญาณโพรเซสซิงสำหรับส่งสัญญาณ และการควบคุมทิศทางของสัญญาณ

จุดเด่นHP E-MSM460 Dual Radio 802.11n Access Point (WW)

* รองรับสัญญาณไร้สาย แบบ Dual (n/a/b/g)
* มอบอัตราเร็วในการ ถ่ายโอนข้อมูลระดับ 450 Mbps
* รองรับความถี่เครือ ข่าย 2.4 GHz และ 5 GHz
* มาพร้อมเสารับสัญญาณ ในตัวเครื่อง