FocusIT

เที่ยวไทย ครึกครื้น จีพีเอสไทย (ก็เริ่ม) คึกคัก

เมษายน 22, 2009 · Leave a Comment

ต้องถือเป็นผลพลอยได้อย่างไม่มีใครคาดมาก่อนว่า ตลาดระบบนำทางผ่านดาวเทียมหรือจีพีเอสกำลังจะคึกคัก ตอบรับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ

โดย ความพยายามที่จะผลักดันให้คนไทยหันมาเที่ยวไทย กำลังจะสัมฤทธิผลในฐานะที่เป็น “ตัวเร่ง” ความต้องการใช้เครื่องนำทาง…สู่จุดหมายปลายทาง แทนการพกพาแผนที่เล่มโต หรือการเที่ยวแบบ “ไปด้วยปาก (ถามทาง)”

เที่ยวทั่วไทยไปด้วยเทคโนฯ
ก่อนหน้านี้ ได้มีการรวมตัวของจีพีเอสแบรนด์ดังของไทย 4 ค่าย นิตยสาร Extreme Technology และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ปั้นโครงการ “จีพีเอส แรลลี่” ที่สร้างบรรยากาศให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นมาก ว่า จีพีเอสช่วยให้การเดินทางเป็นเรื่องง่ายขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

ช่วงเทศกาลหยุดยาวที่ผ่านมา ก็ได้มีโอกาส “ตามรอย” เส้นทางการเดินทางด้วยเครื่องมือไฮเทคกับเขาบ้าง ด้วยการทดลองใช้จีพีเอส เป็นเข็มทิศมุ่งสู่สถานที่ท่องเที่ยว “อันซีน” ชนิดที่ไม่ปรากฏบนหนังสือ หรือเว็บไซต์แนะนำที่ท่องเที่ยวที่ไหนมาก่อน อย่างปางช้างที่มีเจ้าช้างน้อยออกมาเล่นน้ำ และถนนข้าวสาร ฉบับชาวอยุธยาที่เป็นแหล่งเล่นน้ำสงกรานต์ ซึ่งได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว และแบ็กแพคเกอร์ทั้งหลายที่บังเอิญแวะผ่านมา

อ้อ..ลืมบอกไปว่า แผนที่บนจีพีเอส เขาจะมีการอัพเดทกันทุกปี ให้สามารถค้นหาสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นถนน ตรอก ซอก ซอย หรือแม้แต่ร้านอาหาร หรือจุดนัดพบสำคัญๆ ทั่วประเทศ ได้ในเวลาชั่วอึดใจ

จีพีเอสมาดใหม่
” ชัยสงค์ ชูฤทธิ์” ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคกลาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย บอกว่า พฤติกรรมการท่องเที่ยวของคนรุ่นใหม่เริ่มเปลี่ยนไปแล้ว พึ่งพาเทคโนโลยีมากขึ้น หาข้อมูลก่อนการเดินทางจากอินเทอร์เน็ตแทบจะ 100% และการใช้ “จีพีเอส” ก็กำลังจะเป็นจุดเปลี่ยนอีกครั้ง สำหรับนักท่องเที่ยวไทยใน พ.ศ. 2552

เพราะนอกจากการพัฒนาฟังก์ชันบนตัว เครื่องให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น มีแผนที่ครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ในประเทศแล้ว ราคาเครื่องก็ลดต่ำลงเรื่อยๆ

ว่ากันว่า จีพีเอสที่วางขายในท้องตลาดไทยทุกวันนี้ราคาเฉลี่ยลดลงมาเหลือ 6,000-10,000 บาท

แบบพกพามาเป็นอันดับ 1
อย่าง ไรก็ตาม “ณัฐธนชัย พาสน์เศรษฐี” ผู้บริหารฝ่ายขาย บริษัท อาปิโก ไอทีเอส จำกัด ผู้ผลิตซอฟต์แวร์แผนที่เพาเวอร์ แมพ (Powermap) ยอมรับว่า ตลาดจีพีเอสในประเทศไทยจัดว่ายังเล็กมาก มีผู้ใช้งานคิดเป็นสัดส่วนไม่ถึง 1% ต่างกับความต้องการใช้ในไต้หวัน หรือญี่ปุ่นที่สูงถึง 80-90%

แต่การปรับตัวของจีพีเอสที่เริ่มพัฒนาให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้มากขึ้น กำลังกระตุ้นให้คนไทยเริ่มสนใจจีพีเอส

“กลุ่ม Portable จะค่อนข้างฮิตกันมากที่สุด เพราะประสิทธิภาพดี แผนที่ชัดเจน และราคาถูก ขณะที่จีพีเอสบน มือถือในบ้านเราถือว่ายังใช้ได้ไม่สะดวก เพราะจอเล็ก หรือตอนกำลังดูแผนที่อยู่ มีโทรศัพท์เข้าพอดี ทำให้คนยิ่งรู้สึกว่ามันไม่เวิร์ค” ณัฐธนชัยว่า

“ธิติพล สัจจพงษ์” ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ดีพลัส อินเตอร์เทรด จำกัด ผู้พัฒนาจีพีเอส แบรนด์ไอฟ็อกซ์ (iFox) ช่วยเสริมด้วยว่า นอกจากแบรนด์ต่างชาติแล้ว ปัจจุบันก็เริ่มมีจีพีเอสแบรนด์ไทยที่ทำราคา และฟังก์ชันออกมาได้ถูกอกถูกใจคนใช้มากยิ่งขึ้น โดยปัจจุบันมีไม่ต่ำกว่า 5 แบรนด์แล้วจากตลาดทั้งหมด 7-8 แบรนด์

นอกจากนี้ ในอนาคตอันใกล้ ความสามารถของจีพีเอส อาจไปถึงขั้นที่สามารถบอกเส้นทางด้วยเสียง หรือมีระบบติดตามตัวบุคคล ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้น เราคงไม่ใช้จีพีเอสเพื่อนำทางอย่างเดียวแล้ว แต่ยังอาจใช้เป็นเครื่องจับกิ๊กเป็นฟังก์ชันเสริม ซึ่งรับรองได้ว่า ยอดขายจีพีเอสกระฉูดแน่นอน…ฟันธง!


→ Leave a Commentหมวดหมู่: ไม่มีหมวดหมู่
Tagged: , , , , , , ,

ออราเคิลซื้อซันปิดดีล 7.4 พันล้านดอลล์

เมษายน 22, 2009 · Leave a Comment

ออราเคิลม้ามืดฮุบ “ซัน” สำเร็จ มูลค่า7.4 พันล้านดอลลาร์ ด้านซีอีโอเผยพุ่งเป้าต่อยอดกลุ่มซอฟต์แวร์เป็นหลัก คาดปีแรกหนุนกำไรเพิ่ม 1.5 พันล้าน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ออราเคิล ประกาศเข้าซื้อธุรกิจของบริษัท ซัน ไมโครซิสเต็มส์ อดีตยักษ์ใหญ่แห่งซิลิคอน วัลเลย์ ซึ่งเป็นผู้พัฒนาเครื่องแม่ข่าย (เซิร์ฟเวอร์) และอุปกรณ์ขัดเก็บข้อมูลรายใหญ่ได้สำเร็จ ด้วยมูลค่า 7.4 พันล้านดอลลาร์ โดยที่ผ่านมามีผู้สนใจเสนอซื้อหลายราย ได้แก่ เอชพี, เดลล์, ซิสโก้ รวมทั้งไอบีเอ็ม ซึ่งซันปฏิเสธไปก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ ดีลดังกล่าวส่งผลให้ออราเคิล ก้าวขึ้นเป็นบริษัทเซิร์ฟเวอร์อันดับ 4 ของโลก และเป็นบริษัทไอทีระดับไฮเอ็นด์อันดับ 2 ในตลาดรองจากไอบีเอ็ม ทั้งยังเป็นการก้าวเข้าสู่ธุรกิจฮาร์ดแวร์อย่างเต็มตัวเป็นครั้งแรก อย่างไรก็ตาม นายแลร์รี เอลลิสัน ประธานคณะผู้บริหาร (ซีอีโอ) ของออราเคิล ได้ยืนยันว่า ความสนใจหลักของดีลนี้คือ สินทรัพย์กลุ่มซอฟต์แวร์ของซัน เขากล่าวด้วยว่า “จาวา” เป็นทรัพย์สินในกลุ่มซอฟต์แวร์สำคัญที่สุดเท่าที่บริษัทเคยซื้อ และการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะทำให้ออราเคิลสามารถรวมโครงสร้างระบบเข้าด้วยกันได้ทั้งฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ นักวิเคราะห์บางรายคาดการณ์ว่า ออราเคิล อาจตัดสินใจขายธุรกิจฮาร์ดแวร์ของซันออกไป หากพิจารณาแล้วว่าจะถ่วงการเติบโตของบริษัท ด้านซันเผยว่า มูลค่าหุ้นที่ออราเคิลจะ จ่ายให้ซันอยู่ในระดับ 9.50 ดอลลาร์ต่อหุ้น ขณะที่ราคาเสนอซื้อจากไอบีเอ็มที่ซันปฏิเสธไปก่อนหน้านี้สูงสุดอยู่ที่ 9.40 ดอลลาร์ต่อหุ้น จาวา-โซลาริสต่อยอดรายได้ นอกจากนี้ ดีลดังกล่าวส่งผลให้ออราเคิล กลายเป็นเจ้าของซอฟต์แวร์ที่แข็งแกร่งของซันทั้ง 2 กลุ่มคือ จาวา และโซลาริส โดยธุรกิจที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วของออราเคิล ล้วนแต่ต้องพึ่งพาซอฟต์แวร์ของซัน โดยเฉพาะออราเคิล ฟิวชั่น มิดเดิลแวร์ ที่พัฒนาบนโปรแกรมภาษา จาวา ที่เป็นองค์ประกอบหลักสำหรับการพัฒนาระบบอินเทอร์เน็ตบนมือถือที่ผู้ใช้งาน มากกว่า 1 พันล้านเครื่องทั่วโลก ขณะที่ “โซลาริส” ก็เป็นแพลตฟอร์มหลักสำหรับระบบฐานข้อมูล ซึ่งถือเป็นธุรกิจที่ใหญ่สุดของออราเคิล นายเรย์ หวัง นักวิเคราะห์จากฟอร์เรสเตอร์ รีเสิร์ช คาดการณ์ว่า ออราเคิลจะ ยังคงเก็บซอฟต์แวร์ฐานข้อมูลระบบเปิด “มายเอสคิวแอล” ไว้ เพื่อทำราคากดดันไมโครซอฟท์ ที่เริ่มเข้ามารุกตลาดระบบฐานข้อมูลราคาต่ำแข่งกับออราเคิล ด้านนายซาฟรา แคทซ์ ประธานของออราเคิล คาดว่าแผนควบรวมกิจการกับซันที่จะเสร็จสมบูรณ์ช่วงฤดูร้อนนี้ จะช่วยสร้างรายได้ในส่วนกำไรให้กับออราเคิลได้มากกว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ในปีแรก และเพิ่มเป็น 2 พันล้านดออลาร์ปีถัดไป คาดสะเทือนเอชพี-ไอบีเอ็ม ขณะที่ แหล่งข่าววงการไอทีในไทย กล่าวว่า การที่ออราเคิลเข้าซื้อซันเบ็ดเสร็จ อาจไม่รวมมายเอสคิวแอล เพราะออราเคิลแข็งแกร่งด้านซอฟต์แวร์ดาต้าเบสอยู่แล้ว น่าจะเป็นผลเสียต่อฮิวเล็ตต์-แพคการ์ด (เอชพี) และไอบีเอ็ม ทั้งนี้เพราะเอชพีเคยผลักดันฮาร์ดแวร์ของตัวเองผ่านออราเคิล แต่หลังจากนี้น่าจะมุ่งที่ซันเป็นหลัก ขณะที่ ไอบีเอ็มที่เข้าซื้อซันไม่สำเร็จ ก็น่าจะได้รับผลกระทบเช่นกัน ด้านนายไตรรัตน์ ใจสำราญ กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทจีเอเบิล กล่าวว่า การที่ออราเคิลเข้าซื้อซัน น่าจะเป็นผลดีต่อบริษัท เพราะเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับออราเคิลมาหลายปี อีกทั้งออราเคิลก็ไม่มีฮาร์ดแวร์ เมื่อซื้อซันไปก็น่าจะนำไปก่อให้เกิดประโยชน์มากกว่าทำลายทิ้ง ล่าสุด ออราเคิลแจ้งต่อพันธมิตรว่าทุกอย่างยังเหมือนเดิม ให้ดำเนินธุรกิจไปตามปกติ ร่วมทุนซัน-พาร์ทเนอร์สะดุด แหล่ง ข่าวรายหนึ่ง กล่าวว่า โมเดลธุรกิจใหม่ Sun Equity Partner (SEP) ที่เปิดให้พาร์ทเนอร์ในประเทศเข้าร่วมถือหุ้นซัน ไมโครซิสเต็มส์ ซึ่งกำลังดำเนินการตามขั้นตอนที่ประเทศไทยนั้น อาจต้องหยุดชะงักไป และล้มเลิกในที่สุด เพราะเมื่อออราเคิลเข้าซื้อซันเบ็ดเสร็จ ออราเคิลก็มีธุรกิจในประเทศไทย จึงไม่จำเป็นต้องทำโมเดลนี้ ทั้งนี้ แหล่งข่าวกล่าวว่า ถือเป็นโชคดีของบริษัทซึ่งจะเข้าไปร่วมหุ้นกับซันที่กระบวนการต่างๆ ยังไม่จบสิ้นลง มิฉะนั้นจะก่อให้เกิดความเสียหายได้ เพราะเป็นการลงทุนที่สูง เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปเช่นนี้จะคืนทุนได้อย่างไร รายงานข่าวจากบริษัท ซัน ไมโครซิสเต็มส์ (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีคำตอบถึงโมเดลเอสอีพี จะเป็นอย่างไร ต้องรอต่อไป

→ Leave a Commentหมวดหมู่: ไม่มีหมวดหมู่
Tagged: , , , ,

Mio Moov300

เมษายน 20, 2009 · Leave a Comment

มีโอ้มูฟ 300 อุปกรณ์นำทางในรถยนต์ บนดีไซน์ที่บางเฉียบ เล็กกะทัดรัด มาพร้อมจอภาพที่กว้างขนาด 4.3 นิ้ว แสดงเส้นทางต่างๆ ได้อย่างชัดเจน ใช้งานง่าย และสะดวกให้กับคุณมากยิ่งขึ้นด้วยการใช้งานบนระบบสัมผัสแบบทัชสกรีน พร้อมแผนที่ MioMap 2008 เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด ที่อัพเดตเส้นทางใหม่ทุกเส้นทางได้อย่างครบถ้วนทั่วทั้งอาเซียน และสุดยอดเทคโนโลยีแห่งการนำทางด้วยระบบนำทางด้วยรูปภาพ เพิ่มประสิทธิภาพสำหรับการใช้งานมากยิ่งขึ้น ด้วยระบบหน้าจออินเทอร์เฟส POIs ใหม่ พร้อมเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกสำหรับการเดินทางอย่างครบครัน รับประกัน 1 ปี

→ Leave a Commentหมวดหมู่: general
Tagged: , , , , , ,

HP จับมือซันฯ เซ็นสัญญาร่วมระบบปฏิบัติการ Solaris

มีนาคม 9, 2009 · Leave a Comment

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท ฮิวเลตต์-แพคการ์ด หรือเอชพี และบริษัท ซัน ไมโครซิสเต็มส์ อิงค์ ทำให้เอชพีสามารถจัดจำหน่าย1 และนำเสนอซอฟต์แวร์สนับสนุนด้านเทคนิคสำหรับระบบปฏิบัติการ Solaris 10 ของซันบนเซิร์ฟเวอร์ HP ProLiant และแพลทฟอร์มระบบเบลดภายใต้เงื่อนไขของการรับจ้างผลิตสินค้าแท้ (OEM) ทั้งนี้ ข้อตกลงด้านการสนับสนุนใหม่นี้ ทำให้ซันกลายเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ด้านการจัดจำหน่ายระบบปฏิบัติการของ HP ProLiant และระบบปฏิบัติการ Solaris ก็ได้ถูกยกระดับขึ้นมาเป็นส่วนประกอบสำคัญในสภาพแวดล้อมของระบบปฏิบัติการบน แพลทฟอร์ม HP ProLiant2

รายงานข่าวแจ้งว่า ข้อตกลงดังกล่าวกำหนดแนวทางให้ทั้งสองบริษัททำงานร่วมกันเพื่อขยายความต้อง การสำหรับทั้งระบบปฏิบัติการ Solaris และ OpenSolaris บนเครื่องเซิร์ฟเวอร์ HP ProLiant และเซิร์ฟเวอร์เบลดในตลาดใหม่ๆ ด้วยการบริการแบบจุดเดียวครอบคลุมทั้งการซื้อ การติดต่อ และการตรวจสอบสำหรับระบบปฏิบัติการ Solaris บนผลิตภัณฑ์ HP ProLiant เอชพีและซันจึงสามารถมอบประสบการณ์ที่ดีกว่าให้แก่ลูกค้าอย่างครบวงจร และนอกเหนือจากการช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านการปฏิบัติการ ทั้งสองบริษัทจะร่วมมือกันในการผสานรวมระบบปฏิบัติการ Solaris 10 และซอฟต์แวร์ HP Insight ลงบนเซิร์ฟเวอร์ HP ProLiant เพื่อนำเสนอการใช้งานและการบริหารจัดการที่ดียิ่งขึ้น

นายโทนี่ พาร์คินสัน รองประธาน กลุ่มผลิตภัณฑ์สตอเรจและเซิร์ฟเวอร์สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ บริษัท ฮิวเลตต์-แพคการ์ด หรือเอชพี ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น กล่าวว่า การขยายสภาพแวดล้อมของระบบปฏิบัติการบนผลิตภัณฑ์ดังกล่าวรองรับแอพลิเคชั่น ที่มีอยู่อย่างหลากหลาย ทั้งนี้ การรวมตัวกันของระบบปฏิบัติการ Solaris และ ผลิตภัณฑ์ HP ProLiant ได้นำเสนอประสิทธิภาพการทำงานที่สูงสุด และความสามารถในการรองรับการทำงานที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการทำเวอร์ช่วลไลเซชั่นบนเซิร์ฟเวอร์ x86 อย่างไรก็ตาม การเซ็นสัญญาครั้งนี้ส่งผลให้ลูกค้าของทั้งสองบริษัทเกิดความมั่นใจสูงสุดใน การสร้างความเติบโตทางธุรกิจ โดยที่ยังสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายไว้ได้

นายจอห์น ฟาวเลอร์ รองประธานบริหาร กลุ่มธุรกิจซิสเต็มส์ บริษัท ซัน ไมโครซิสเต็มส์ กล่าวว่า การประกาศตัวสนับสนุนระบบปฏิบัติการ Solaris บนผลิตภัณฑ์ HP ProLiant ได้ขยายตลาดของระบบปฏิบัติการ Solaris บนเซิร์ฟเวอร์ x86 ให้เพิ่มมากขึ้น โดยเกิดจากกลุ่มผู้จำหน่ายระบบปฏิบัติการ UNIX และ Linux ที่มียอดจำหน่ายสูงสุด นอกจากนี้ ด้วยความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นบวกกับความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของระบบ ปฏิบัติการ Solaris จึงสามารถช่วยขับเคลื่อนการใช้งานให้มากขึ้น ทั้งนี้ จากการเซ็นสัญญากับเอชพียังจะขยายความร่วมมือไปยังกลุ่มระบบปฏิบัติการ OpenSolaris และร่วมมือกับผู้ใช้รายอื่นๆ ในด้านการพัฒนาและการทำงานร่วมกันอีกด้วย

ข่าวจาก ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/news.php?section=technology03b&content=126865

→ Leave a Commentหมวดหมู่: ้hp
Tagged: , , , , , , ,

Western Digital ปรับลดการผลิต และปิดโรงงานบางส่วนในไทยและมาเลเซีย

มกราคม 15, 2009 · Leave a Comment

‘ดับบลิวดี’ปิดโรงงานไทย-‘ซีเกท’เปลี่ยนซีอีโอ

“ดับบลิวดี”ลดกำลังการผลิตขนาด3.5นิ้วหันมุ่ง 2.5 นิ้วตามความต้องการตลาด ทำให้ต้องปิดโรงงานในไทยที่นวนครและมาเลเซีย ด้านซีเกทผลัดซีอีโอใหม่

รายงานข่าวจากบริษัท เวสเทิร์น ดิจิตอล จำกัด (ดับบลิวดี) ผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟรายใหญ่แห่งหนึ่งของโลก ระบุว่า การผลิตฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟขนาด 2.5 นิ้ว และ 3.5 นิ้ว ช่วง 3 ไตรมาสนับจากนี้ในโรงงานนิคมอุตสาหกรรมนวนครในประเทศไทย และโรงงานอีกแห่งในประเทศมาเลเซีย ว่า จะลดลงอย่างต่อเนื่องจาก 40 ล้านยูนิต เหลือ 35 และ 30 ล้านยูนิตตามลำดับ
จากการลดกำลังการผลิตฮาร์ดดิสก์ขนาด 3.5 นิ้ว ซึ่งใช้ในคอมพิวเตอร์ (พีซี) และเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายเป็นหลัก แสดงให้เห็นว่า ตลาดพีซีและคอมพ์แม่ข่าย มีความต้องการมีการหดตัวลงอย่างต่อเนื่อง เพราะปัญหาเศรษฐกิจ และการใช้งานที่เปลี่ยนไป โดยโรงงานที่นวนคร คาดว่าจะลดกำลังการผลิต 11.8 ล้านยูนิต เหลือ 10.9 ล้านยูนิต และ 6.9 ล้านยูนิต ขณะที่โรงงานมาเลเซียคาดว่าจะผลิต 10.7  ล้านยูนิต เหลือ 8.3 ล้านยูนิต และ 7.7 ล้านยูนิต ภายใน 3 ไตรมาส ตามลำดับ
ส่วนโรงงานที่บางปะอิน ประเทศไทยซึ่งผลิตฮาร์ดดิสก์ขนาด 2.5 นิ้ว สำหรับโน้ตบุ๊ค มีการลดกำลังการผลิตเล็กน้อย จาก 17.5 ล้านยูนิต เหลือ 15.8 ล้านยูนิต และ 15.4 ล้านยูนิต แสดงให้เห็นว่า ตลาดเครื่องโน้ตบุ๊ค ยังเป็นที่ต้องการในตลาด แม้จะมีการลดลงบ้างแต่ก็ยังถือว่าอยู่ในระดับที่รับได้
แหล่งข่าวภายในดับบลิวดี กล่าวว่า ดับบลิวดีจะปิดโรงงานที่ซาราวัก และรวมการผลิตไปไว้ที่โรงงานจอฮอร์บารู ในประเทศมาเลเซีย เพื่อลดค่าใช้จ่ายในภาพรวม ส่วนในประเทศไทยได้ปิดโรงงานที่นิคมอุตสาหกรรมนวนครไป 1 โรงงาน และสับเปลี่ยนพนักงานบางส่วนไปโรงงานที่บางปะอินแทน ไม่มีการเลิกจ้างพนักงานแต่อย่างใด และมีการควบคุมการทำงานล่วงเวลาในบางส่วน พร้อมเปิดโอกาสให้พนักงานสมัครใจลาออกได้รับสิทธิประโยชน์พิเศษ เพื่อลดค่าใช้จ่ายให้กับบริษัท
“ในซีเกท ไม่ได้มีการเลย์ออฟ หรือให้พนักงานสมัครใจลาออก เพราะมีการควบคุมค่าใช้จ่ายตั้งแต่แรกอยู่แล้ว และอาจจะมองว่ามาตรการของดับบลิวดี เป็นการตื่นตัวเกินกว่าเหตุ แต่การมีมาตรการดังกล่าว ย่อมดีกว่าปล่อยผ่านเลยไป เพราะเมื่อถึงเวลาก็อาจจะช้าเกินไปได้ ถ้าความต้องการในตลาดลดลงจริง จะลดกำลังการผลิตในเวลานั้น ปัญหาก็อาจใหญ่เกินแก้” แหล่งข่าวกล่าว
แหล่งข่าวในวงการฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟ กล่าวว่า ผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟรายใหญ่ มุ่งกำลังการผลิตไปที่ฮาร์ดดิสก์ขนาด 3.5 นิ้วมากกว่า 2.5 นิ้ว ขณะที่ความต้องการในตลาดมุ่งไปที่ 2.5 นิ้วมากกว่า เพราะนำไปใช้กับคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค รวมทั้งเน็ตบุ๊ค ที่เดิมไม่มีฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟติดตั้ง แต่ไม่สนองความต้องการของตลาด จึงต้องหันมาใส่ฮาร์ดดิสก์ 2.5 นิ้วไปด้วย
ด้านสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า บริษัท ซีเกท เทคโนโลยี ประกาศเปลี่ยนประธานคณะผู้บริหาร (ซีอีโอ) และประธานคณะผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ (ซีโอโอ) คนใหม่เป็น “นายสตีเฟ่น ลุคโซ” อดีตนายธนาคาร ที่นั่งเก้าอี้ซีอีโอซีเกทในระหว่างปี 2541-2547 กลับเข้ามารับตำแหน่งเดิมอีกครั้ง
ขณะที่ผู้รับตำแหน่งซีโอโอมี “นายโรเบิร์ต วิทมอร์” รองประธานบริหารและประธานฝ่ายเทคโนโลยีเข้ามาดูแลแทน
ส่วนผู้บริหารเดิมคือ นายวิลเลียม วัตคินส์ ซึ่งนั่งตำแหน่งซีอีโอบริษัทตั้งแต่ปี 2547 และนายเดฟ วิคเกอร์แชม ซีโอโอ ซีเกท วัย 52 ปี ที่ได้ยื่นใบลาออกจากบริษัทอย่างเป็นทางการ และมีผลทันที โดยจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการแถลงเหตุผลการลาออกจากผู้บริหารทั้งสองคน
นอกจากนี้ รายงานข่าวยังระบุว่า ซีเกทยังได้วางแผนเลิกจ้างพนักงานในสหรัฐฯ ราว 10 % จากที่มีอยู่ 8,000 คน ขณะที่บริษัทมีพนักงานทั่วโลกราว 53,000 คน ซึ่งคาดว่าเป็นผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่กำลังทรุดตัวในขณะนี้
ปัจจุบันซีเกทเป็นผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์รายใหญ่ที่สุดของโลก โดยมีส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 30% ทั่วโลก

→ Leave a Commentหมวดหมู่: ไม่มีหมวดหมู่
Tagged: , , , , , , ,

Multitouch จาก HP

มกราคม 15, 2009 · Leave a Comment

มาแล้ว “มัลติทัช” บนโน้ตบุ๊ค รายแรกจากเอชพี

เอ ชพีชี้ตลาดพีซีระอุคาดผู้ค้างัดกลยุทธ์ราคาสู้ เชื่อเศรษฐกิจกระทบเฉพาะตลาดล่าง พร้อมปล่อยพีซีเซคเมนท์“ทัชสมาร์ทจับฟังก์ชั่นสัมผัสลงโน้ตบุ๊ค

นายปวิณ วรพฤกษ์ ผู้จัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์และการตลาด กลุ่มธุรกิจเพอร์ซันแนล ซิสเต็มส์ บริษัท ฮิวเลตต์-แพคการ์ด ประเทศไทย จำกัด หรือ เอชพี กล่าวว่า ทิศทางตลาดคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลในปี 2552 คาดว่าจะดุเดือดมากขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคยังคงมีกำลังซื้อ แต่อาจจะตัดสินใจช้าลง

ทั้งนี้ส่งผลให้ผู้ค้าจะแข่งขันกันรุนแรงมากขึ้น โดยใช้กลยุทธ์ด้านราคาเป็นหลัก

ขณะที่ปัจจัยด้านลบทางเศรษฐกิจจะส่งผลกระทบต่อตลาดพีซีในระดับล่างเท่านั้น ส่วนตลาดพีซีระดับบนเชื่อว่า ยังสามารถขยายตัวได้ดี เนื่องจากผู้ซื้อในกลุ่มนี้ไม่ได้มองราคาเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจซื้อ

อย่างไรก็ตาม สำหรับเอชพีเชื่อว่า นอกจากตลาดในกลุ่มที่เน้นราคาเป็นหลักแล้ว ยังมีตลาดในเซคเมนท์อื่นๆอีกมากที่ยังจะสามารถเติบโตได้ในปีนี้

เขาเผยว่า ในปีนี้เอชพีจะเน้นการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ให้หลากหลาย พร้อมเจาะกลุ่มตามเซคเมนท์ย่อยมากขึ้น โดยเน้น 3 กลุ่มเป้าหมายหลักคือ กลุ่มผู้หญิง ครอบครัวรุ่นใหม่ และวัยรุ่น ซึ่งล้วนแต่เป็นกลุ่มที่คาดว่ายังมีแนวโน้มซื้อสูงในปีนี้

พร้อมกันนี้เอชพียังได้เริ่มปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การรุกตลาด โดยหันมาเน้นสื่อดิจิทัลมากขึ้น รวมทั้งสื่อออนไลน์ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ดี

แต่ทั้งนี้สำหรับการโฆษณาผ่านสื่อปกติ เช่น ทีวี ก็ยังคงมีอยู่เพื่อเป็นส่วนเสริม และสร้างสีสันให้กับแบรนด์ รวมทั้งสินค้าที่นำเสนอ

ล่าสุดบริษัทได้เปิดตัวพีซีเซคเมนท์ใหม่ “ทัชสมาร์ท” ซึ่งเป็นการประยุกต์ใช้นวัตกรรมระบบสัมผัสมาไว้บนพีซีระดับคอนซูเมอร์เป็น ครั้งแรก

พร้อมเปิดตัวโน้ตบุ๊ครุ่นแรกในกลุ่มดัง กล่าวคือ “เอชพี ทัชสมาร์ท ทีเอ็กซ์2” และโฮม พีซีระบบสัมผัสในชื่อรุ่น “เอชพี ทัชสมาร์ท ไอคิว 800”

ทั้งนี้เพื่อขานรับแนวโน้มการขยายตัวของตลาดในกลุ่มทัชชิ่ง (Touching) ซึ่งเอชพีได้พัฒนาฟีเจอร์ “เอชพี มีเดีย สมาร์ท” สำหรับควบคุมการใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆทำได้ง่าย โดยใช้นิ้วมือบิด หมุน กด ลาก และเคาะบนหน้าจอได้โดยตรง

รวมทั้งใช้งานไฟล์ดิจิทอล ทั้งรูปภาพ ดนตรี วิดีโอ และเวบคอนเทนท์ต่างๆได้โดยใช้นิ้วจิ้มบนหน้าจอ

นอกจากนี้สำหรับเอชพี ทัชสมาร์ท ทีเอ็กซ์2 ยังสามารถปรับการใช้งานเป็นแทบเล็ตได้ในตัว ราคาเริ่มต้น 39,900 บาท

ส่วนโฮมพีซี ยังสามารถรองรับการเชื่อมต่อไดร์ฟบลู-เรย์ รวมทั้งการนำเสนองานแบบพรีเซนเทชั่น ด้วยจอขนาด 25 นิ้ว ราคาเริ่มต้น 79,900 บาท

นายปวิณ กล่าวเพิ่มเติมว่า พีซีในกลุ่มดังกล่าวคาดว่าจะสามารถเจาะตลาดในระดับแมสได้ โดยเฉพาะกลุ่มผู้นิยมเทคโนโลยีใหม่

พร้อมทั้งเชื่อว่า กระแสความนิยมในตลาดเน็ตบุ๊คจะไม่ส่งผลกระทบต่อการเปิดตลาดเซคเมนท์ใหม่ใน ครั้งนี้ เนื่องจากฟังก์ชั่นการใช้งาน และกลุ่มเป้าหมายแตกต่างกัน

→ Leave a Commentหมวดหมู่: ไม่มีหมวดหมู่
Tagged: , , , , ,

ทีเอชนิคชวนร่วมกิจกรรมใช้คอมพ์อย่างสร้างสรรค์

มกราคม 9, 2009 · Leave a Comment

ทีเอชนิค ประกาศ 6 โครงงานใช้คอมฯ อย่างสร้างสรรค์ รู้ทันโรคภัย พร้อมเชิญชวนชาวเน็ต และผู้ใช้คอมพิวเตอร์ร่วมกิจกรรม เริ่ม 16 ม.ค. – 25 ก.พ.52

รายงานข่าวจากมูลนิธิศูนย์สารสนเทศเครือข่ายไทย (ทีเอชนิค) ผู้ทำหน้าที่บริหารจัดการฐานข้อมูลชื่อโดเมนระดับบนสุด .th กล่าวว่า จากการประกาศผล 6 โครงงานที่ได้รับการอนุมัติให้ดำเนินการ ในโครงการ “ใช้คอมฯ อย่างสร้างสรรค์ รู้ทันโรคภัย” ที่ดูแลโดย รศ. ดร.โคทม อารียา ประธานมูลนิธิ ไปตั้งแต่กลางเดือน ธ.ค.2551
ประกอบด้วย โครงงานใช้คอมฯ อย่างสร้างสรรค์ รู้ทันโรคภัย ของมหาวิทยาลัยบูรพา สาขาเทคโนโลยีการศึกษา รับผิดชอบโดยนายเจนจบ สุขแสงประสิทธิ์ และผศ. ฉลองชัย  ธีวสุทธสกุล โครงงานผลกระทบด้านสุขภาพจากการใช้งานคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยราชธานีสมาชิกชมรมคอมพิวเตอร์กราฟฟิกโดยนางสาวทวีนันต์ ชุมนวล และอ.ธนารักษ์ ฤกษ์นาวา
โครงงานโรค (คอม) อย่างนี้ก็มีด้วย มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ คณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี โดยนางสาวศิริเพ็ญ พรหมสุวรรณ และอ.วรนุช ปรีหจินดา อ.สุวรรณา เมธีภัทรากูล อ.เปรมรัตน์ พูลสวัสดิ์ อ.สุปัญญา อภิวงศ์โสภณ โครงงานรู้ทันโรคภัยใกล้คอมฯ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ คณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี โดยนางสาวผกามาศ ปิยะวาส และอ.วรนุช ปรีหจินดา อ.สุวรรณา เมธีภัทรากูล อ.เปรมรัตน์ พูลสวัสดิ์ อ.สุปัญญา อภิวงศ์โสภณ
โครงงานแอพพลิเคชั่นเพื่อสนับสนุน การใช้งานคอมพิวเตอร์ให้ถูกสุขลักษณะ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยนางสาวขนิษฐา จันทรมานนท์ และรศ.ดร. โชติพัชร์ ภรณวลัย โครงงานสนุกกับคอมฯ พร้อมรักสุขภาพ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ นายศักดิ์พงษ์ เสรีเศวตรัตน์ และรศ.ดร.โชติพัชร์ ภรณวลัย
โครงงานต่างๆ มีกำหนดจัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับโรคที่เกิดจากการใช้งานคอมพิวเตอร์ พร้อมวิธีการดูแลฟื้นฟู และวิธีการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงต่อการเกิดโรคดังกล่าว หลากหลายรูปแบบ เช่น งานสัมมนาเชิงวิชาการหรือเชิงปฏิบัติ นิทรรศการ หรือการติดตั้งโปรแกรมห่วงใยสุขภาพของคนเล่นคอมพิวเตอร์ สำหรับชาวโซเชียล เน็ตเวิร์ค เป็นต้น
โครงการนี้มีวัตถุประสงค์ให้ความรู้แก่ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ให้ทราบถึงโรคที่มา จากการใช้คอมพิวเตอร์ และวิธีป้องกัน รวมทั้งเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนข้อมูลและความคิดเห็นเกี่ยวกับสุขภาพ ระหว่างผู้ใช้คอมพิวเตอร์ ซึ่งจะสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของมูลนิธิที่ต้องการดำเนินงานเพื่อสาธารณ ประโยชน์
ทั้งนี้เจ้าของโครงงานที่ผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จะได้รับงบประมาณไม่เกิน 25,000 บาท และเบี้ยเลี้ยงพิเศษ 2,000 บาท มีระยะเวลาดำเนินโครงงานไม่เกิน 5 เดือน โครงงานที่ผ่านการอนุมัติและได้รับคัดเลือกให้เป็นโครงงานดีเด่น จะได้รับทุนการศึกษาพิเศษ ปี 2552 จำนวน 10,000 บาท
ผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมสามารถดูกำหนดการได้ ดังนี้ โครงงานรู้ทันโรคภัยใกล้คอมฯ สัมมนา หัวข้อ “รู้ทันโรคภัยใกล้คอมฯ” วันศุกร์ที่ 16 มกราคม 2552 เวลา 12.30 – 15.00 น. ณ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ให้ความรู้โดย นายแพทย์ศักดิ์ชัย ถิรวิทยาคม
โครงงานโรค (คอม) อย่างนี้ก็มีด้วย นิทรรศการวิชาการ หัวข้อ “โรค (คอม) อย่างนี้ก็มีด้วย” (แจกของที่ระลึก) วันที่ 16 – 21 มกราคม 2552 ณ อาคารบรรณสาร ชั้น 1 มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ
โครงงานผลกระทบด้านสุขภาพากการใช้งานคอมพิวเตอร์ สัมมนา หัวข้อ “เฮฮาประสาคนคอมพ์” (พร้อมตอบคำถามชิงรางวัล) วันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา 12.30 – 16.30 น. ณ มหาวิทยาลัยราชธานี
โครงงานใช้คอมฯ อย่างสร้างสรรค์ รู้ทันโรคภัย ประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ หัวข้อ “ใช้คอมฯ อย่างสร้างสรรค์ รู้ทันโรคภัย” วันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา 8.45 – 13.00 น. ณ ห้องประชุม 222 คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กิจกรรมพิเศษ: ตอบปัญหาชิงรางวัล, การใช้โยคะเพื่อความผ่อนคลาย โดย รศ.พญ.วันเพ็ญ ธุรกิตต์วัณณการ และ อ.วีระพงษ์ ไกรวิทย์ อ.จีรวรร ตั้งจิตเมธี ตามลำดับ
ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้รับความรู้และของที่ระลึก/ของรางวัลติดมือกลับบ้าน และสำหรับชาว Social Network เตรียมพบกับ “โปรแกรมห่วงใยสุขภาพของคนเล่นคอมฯ” (โหลดฟรี ใช้ฟรี ส่งต่อฟรี)  โปรแกรมที่จะช่วยให้ท่านเล่นคอมฯ พร้อมกับมีสุขภาพดีและแสดงความห่วงใยกับเพื่อนๆ ไปพร้อมกัน ติดตามได้ที่ www.thnic.or.th เร็วๆ นี้    ติดตามรายละเอียดการจัดกิจกรรมได้ที่ www.thnic.or.th หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ staff (at) thnic.or.th

→ Leave a Commentหมวดหมู่: ไม่มีหมวดหมู่
Tagged: , , , ,

HP Max ปีใหม่ออกแล้ว ฉบับ เดือน มกราคม 2552 (January 2008)

ธันวาคม 30, 2008 · Leave a Comment

พบกับโปรโมชั่นดีๆ รับ ปีใหม่ จาก HP ประจำเดือน มกราคม 2552

Download

→ Leave a Commentหมวดหมู่: ไม่มีหมวดหมู่
Tagged: , , , , , ,

Fujitsu เล็งขายทิ้งธุรกิจ Harddisk

ธันวาคม 11, 2008 · Leave a Comment


:

ระบุ “WD” ตัวเก็งรับช่วงต่อ พร้อมเตรียมซื้อหุ้นคืนบริษัทร่วมทุน “ฟูจิตสึ ซีเมนส์”

กรุงเทพ ธุรกิจ ออนไลน์ : ซีเอฟโอ “ฟูจิตสึ” เผยเตรียมขายทิ้งธุรกิจฮาร์ดดิสก์ หลังคาดรายได้หดทะลุร้อยล้านดอลลาร์ถ้ายังฝืนไปต่อ ก่อนขายกลุ่มค้าปลีกพีซี

หนังสือพิมพ์ วอลล์สตรีท เจอร์นัลรายงานว่า ประธานคณะผู้บริหารฝ่ายการเงิน (ซีเอฟโอ) ของฟูจิตสึเผย บริษัทกำลังเจรจากับ “พันธมิตรหลายราย” เกี่ยวกับประเด็นการขายธุรกิจฮาร์ดดิสก์ ซึ่งหนึ่งในนั้นมียักษ์ใหญ่ “เวสเทิร์น ดิจิตอล (ดับบลิวดี)” เป็นคู่แข่งรายสำคัญที่คาดว่าจะเข้าซื้อกิจการดังกล่าว

นายคาซูฮิโกะ คาโต ซีเอฟโอของฟูจิตสึ ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อต่างประเทศเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (8 ธ.ค.51) ว่า หากบริษัทยังคงรักษาธุรกิจดังกล่าวไว้เช่นเดิมอาจทำให้บริษัทสูญเสียโอกาส ที่ธุรกิจจะเติบโตในอนาคต

รายงานข่าวระบุว่า ฟูจิตสึเริ่มเดินเครื่องแผนปรับโครงสร้างธุรกิจฮาร์ดแวร์ เช่น เซมิคอนดักเตอร์ และพิจารณาขายทิ้งธุรกิจที่ไม่ทำกำไร รวมทั้งการปรับทิศทางหันมาให้ความสำคัญกับธุรกิจไอที โซลูชั่น ที่ทำกำไรสูงกว่า

ก่อนหน้านี้บริษัทเคยประเมินว่า ธุรกิจฮาร์ดดิสก์อาจทำให้บริษัทสูญเสียรายได้มากกว่า 107.5 ล้านดอลลาร์ในปีงบประมาณสิ้นสุดเดือนมี.ค.2552

พร้อมกันนี้นายคาโตเผยว่า ฟูจิตสึกำลังใกล้จะตกลงในหลายดีล ซึ่งหนึ่งในนั้นรวมถึง “เลอโนโว กรุ๊ป” ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะเข้าซื้อธุรกิจค้าปลีกพีซีภายใต้บริษัทร่วมทุน ระหว่างฟูจิตสึกับซีเมนส์ เอจี “ฟูจิตสึ ซีเมนส์ คอมพิวเตอร์” ที่มีตลาดหลักในยุโรป

ทั้งนี้ในเดือนที่ ผ่านมาฟูจิตสึได้ทำข้อตกลงกับซีเมนส์ เพื่อขอซื้อหุ้น 50% คืนในบริษัทร่วมทุนดังกล่าว โดยคาดว่าจะสามารถปิดดีลได้ภายในวันที่ 1 เม.ย.ปีหน้า ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการรออนุมัติจากรัฐบาล

อย่างไรก็ตามนายคาโต กล่าวว่า ฟูจิตสึกำลังพิจารณาขายธุรกิจค้าปลีกพีซีให้ได้ภายในสิ้นเดือนมี.ค. ก่อนที่บริษัทจะเข้าซื้อหุ้นส่วนที่เหลืออีก 50% จากซีเมนส์คืน

นอกจากนี้บริษัทยังเริ่มพิจารณาขาย ธุรกิจกลุ่มชิพที่กำลังเผชิญปัญหา หรืออาจเป็นไปได้ที่จะเสนอแผนร่วมทุนกับผู้ผลิตรายอื่นเพื่อแก้วิกฤติ

→ Leave a Commentหมวดหมู่: fujitsu
Tagged: , , , , , ,